ตอนที่ 2 คู่รักวิปริต
Tawdry Sexual Escapades
Okay, so Fergie was photographed having her foot nibbled by a man who was |
not her husband. So Prince Charles couldn't resist the curious charms of |
Camilla Parker Bowles. In the realm of royal behavior, this almost qualifies as |
fidelity. |
Let's review the record. |
Charles II had a fleet of paramours, which helps explain his moniker, "The |
| Merry Monarch." He wasn't particularly choosy either, drawing his gal pals from |
| all levels of society. Of him, George Villiers, son of the first Duke of |
| Buckingham, said: "A king is supposed to be the father of his people and |
| Charles certainly was father to a good many of them." But while his many |
| mistresses bore him scads of children, alas, his wife did not. With no legitimate |
| heir to succeed Charles when he died in 1685, the crown passed to his brother, |
| James II. A century and a half later, William IV had the same problem -- lots of |
| kids (ten, in fact), all bastards (the result of his cohabitation with actress |
| Dorothea Jordan before he became king). His niece, Victoria, succeeded him. |
George II's queen actually helped pick his mistresses, making sure they were |
uglier than herself. His father, the first George, also had a taste for unattractive |
| women, making him the object of some ridicule. (This, after divorcing his cousin, |
| Sophia, on grounds of adultery and imprisoning her for life in a German castle.) |
| One of his mistresses was enormously fat, prompting Lord Chesterfield to |
| remark, "The standard of His Majesty's taste, as exemplified in his mistresses, |
| makes all ladies who aspire to his favor ... strain and swell themselves, like the |
| frogs in the fable, to rival the bulk and dignity of the ox. Some succeed, and |
others ... burst." |
Then, of course, Henry VIII comes to mind. After four failed marriages -- |
Catherine of Aragon didn't give him a son, Anne Boleyn was executed after |
being wrongly accused of adultery, Jane Seymour died in childbirth and Anne |
| of Cleves was much homelier than the portrait the English king had seen -- |
| Henry was looking for love. He found it in young Catherine Howard, his |
"blushing rose without a thorn." Or so he thought. |
| By this time in his life old Henry was no prize himself, so fat his eyes had |
become slits, and he was perpetually snarly owing to an ulcerated leg. While |
Catherine dutifully tended to his leg, she had needs of her own the aging |
| king apparently couldn't fill. She secretly turned to younger men of the court. |
| Of course, Henry found out. When he discovered Catherine's infidelities he was |
| devastated, reportedly weeping uncontrollably. Self-pity, however, turned to |
rage. Kings had lovers; queens did not. Poor Catherine lost her head. |
Mary's son, James I, liked men as much as his mother. He did father seven |
children, but one of his favorite lovers was George Villiers, whom he appointed |
the first Duke of Buckingham. It is perhaps ironic that those fundamentalists |
repulsed by homosexuality would condemn King James, citing the very Bible |
that bears his name. James' preference for men, however, was nothing new to |
| British royalty. Richard I, the hero-king of the Robin Hood legends, and |
| Edward II were both gay. On the day of his marriage to Isabella in 1308, |
| Edward preferred the couch of his male lover, Piers Gaveston, to that of his |
| new wife. Gaveston was exiled and eventually murdered for his licentious |
conduct with the king. |
With such shenanigans preceding her, it's a wonder that Queen Victoria, who |
lent her name to an era noted for its sexual repression, reacted so violently to |
her eldest son's teenage affair. The queen was not amused, blaming Prince |
Edward's liaison for her husband's death a few weeks later. She declared that |
she would never be able to look at "that boy" without a shudder. |
Her ancestors, no doubt, would have sent her into convulsions |
|
เรื่องของเจ้าหญิงเฟอร์กี้ที่ถูกแอบถ่ายภาพขณะที่กำลังให้ชายอื่นที่ไม่ใช่สามีดูดนิ้วเท้า |
| ด้วยความเสน่หา หรือแม้แต่เรื่องของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ที่ทรงหลงใหลเสน่ห์อันเร้นลับของ |
| นางคามิลลา ปาร์คเกอร์ โบลส์ แต่เมื่อเทียบกับ พฤติการณ์ต่างๆในราชสำนักชั้นสูงอังกฤษ |
| ในอดีตแล้ว นับว่าทั้งสองพระองค์ยังทรงอยู่ในกรอบพอสมควร |
เราลองมาย้อนดูประวัติศาสตร์กัน |
เริ่มจากพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ผู้ทรงมีฉายาว่า "กษัตริย์เจ้าสำราญ" เนื่องจากทรงมีชู้รักมากมาย |
| ทรงไขว่คว้าอิสตรีไม่เลือกไพร่ผู้ดี จอร์จ วิลเลียส์ บุตรชายของดยุคแห่งบัคกิ้งแฮมคนแรก |
| กล่าวไว้ว่า "พระเจ้าแผ่นดิน เปรียบประดุจบิดาของประชาชน แต่พระเจ้าชาร์ลส์ยัง |
| ทรงเป็นบิดาแท้ๆของประชาชนจำนวนมากด้วย" น่าเสียดายที่มเหสีของพระองค์เองกลับ |
| ไม่สามารถให้กำเนิดรัชทายาทได้สักองค์เดียว ในขณะที่บุตรซึ่งเกิดจากเหล่านางบำเรอนั้น |
| กลับมีเป็นโขยง หลังจากที่เสด็จสวรรคตเมื่อ ปี ค.ศ. 1685 บัลลังก์จึงตกทอดมายัง |
| พระเจ้าเจมส์ที่ 2 พระอนุชา อีกประมาณหนึ่งศตวรรษครึ่งต่อมา พระเจ้าวิลเลียม ที่ 4 |
| ก็ทรงประสบ ปัญหาเช่นเดียวกันคือ มีบุตรมากถึง 10 คน ซึ่งล้วนแต่เป็นลูกนอกสมรส |
| ที่เกิดจากโดโรธี จอร์แดน นักแสดงผู้หนึ่ง ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ พระองค์ยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ |
บัลลังก์จึงตกทอดมายังพระนางเจ้าวิคตอเรีย ซึ่งเป็นพระภาคิไนย |
ส่วนพระเจ้าจอร์จที่ 2 นั้น ราชินีของพระองค์เป็นผู้เลือกสรรเหล่าสนมกำนัลให้ด้วยตนเอง |
| พระนางจะคัดเลือกเฉพาะหญิงที่มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์กว่าพระนางเท่านั้น พระเจ้าจอร์จ ที่ 1 |
| พระบิดาของพระองค์ก็เช่นกัน ที่ทรงมีรสนิยมในการเลือกแต่นารีที่ไร้รูปโฉม |
| ทำให้ทรงตกเป็นเป้าล้อเลียนถากถางจากคนทั่วไป กล่าวคือ หลังจากที่ทรงหย่าขาด |
| จากเจ้าหญิงโซฟี พระญาติของพระองค์ ด้วยข้อหาคบชู้ พร้อมทั้งทรงสั่งคุมขัง พระนาง |
| ตลอดชีวิตในคุกที่ประเทศเยอรมนีแล้ว พระองค์ ทรงมีนางกำนัลนางหนึ่งซึ่งอ้วนเป็นตุ่ม |
| ลอร์ดเชสเตอร์ฟิลด์ เคยตั้งข้อสังเกตว่า "รสนิยมของพระองค์เรื่องผู้หญิง ทำให้บรรดา |
| ท่านหญิงทั้งหลาย ต้องพยายามเอาใจพระองค์ ด้วยการเบ่งร่างตัวเองให้อ้วนพอง |
| เหมือนอย่างอึ่งอ่างในนิทานอีสป ที่อยากจะวัดขนาดกับความใหญ่โตของวัว บ้างก็สมหวัง |
และบ้างก็ท้องแตก" |
เรื่องต่อมาคือ เรื่องของพระเจ้าเฮ็นรีที่ 8 หลังจากการสมรสที่ล้มเหลวทั้งสี่ครั้ง เนื่องจาก |
| พระนางแคเธอรีนแห่งอารากอนไม่สามารถให้กำเนิดโอรส พระนางแอน โบลีน ถูกประหาร |
| ด้วยการยัดเยียดข้อกล่าวหาว่าคบชู้ พระนางเจน ซีมัวร์ สิ้นชีวิตเนื่องจากการคลอดบุตร |
| และ พระนางแอนแห่งคลีฟส์ มีหน้าตาเรียบๆเชยๆกว่าในภาพวาดที่พระองค์เคยเห็น |
| พระองค์จึงทรงมองหารักรายใหม่ต่อไป จนกระทั่ง ทรงตกหลุมรักสาวน้อยแคเธอรีน โฮวาร์ด |
ผู้ซึ่งพระองค์ทรงเปรียบเปรยว่าเป็น "กุหลาบงามที่ไร้หนาม" ของพระองค์ |
แต่ทว่าในเวลานั้น พระเจ้าเฮ็นรีที่ 8 ทรง ชราภาพแล้ว ไม่มีความงามสง่าหลงเหลืออยู่เลย |
| พระวรกายอ้วนฉุจนหนังตาห้อย นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นแผลเปื่อยพุพองเรื้อรังที่ขา |
| จึงทรงหงุดหงิดและเกรี้ยวกราดตลอดเวลา ดังนั้นแม้ว่า ขณะที่พระนางแคเธอรีน โฮวาร์ด |
| จะต้องคอยถวายการปรนนิบัติต่อพระองค์ พระนางก็มีไฟปรารถนาที่กษัตริย์ชรา |
| ไม่สามารถเติมให้แก่พระนางได้ พระนางจึง ลักลอบมีความสัมพันธ์กับปวงข้าราชสำนัก |
| หนุ่มๆ เมื่อพระเจ้าเฮ็นรีที่ 8 ทรงจับได้ จึงทรงคลุ้มคลั่ง เล่ากันว่า พระองค์ทรงฟูมฟาย |
| อย่างไม่ได้สติ ในที่สุด ความสงสารตนเองก็กลายเป็นความโกรธแค้น ด้วยทรงคิดเข้าข้าง |
| พระองค์เองว่า กษัตริย์จะมีคู่รักสักกี่คนก็ได้ แต่ผู้เป็นราชินีต้องไม่มี ดังนั้นพระนางแคเธอรีน |
ผู้น่าสงสารจึงถูกบั่นเศียร |
พระเจ้าเจมส์ที่ 1 ทรงโปรดปรานบุรุษเพศพอๆกับพระนางแมรี ผู้เป็นพระมารดา |
แม้ว่าพระองค์จะทรงเป็น พระบิดาของบุตร ถึง 7 คน แต่ชายคนรักที่ทรงโปรดปราน |
| คือ จอร์จ วิลเลียร์ ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นดยุคแห่ง บัคกิ้งแฮมคนแรก |
| น่าขันที่บรรดาผู้เคร่งศาสนาต่างพากันกล่าวประณามพฤติกรรมลักเพศของพระองค์ |
| ในขณะเดียวกันก็กล่าวขานพระนาม "เจมส์" ในพระคัมภีร์ ไบเบิลด้วยความเคารพนับถือ |
| นอกจากนี้ เรื่องการโปรดปรานบุรุษเพศของ พระเจ้าเจมส์ที่1 ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องแปลกใหม่ |
| ในราชสำนักอังกฤษ พระเจ้าริชาร์ดที่1 วีรกษัตริย์แห่งตำนาน โรบินฮูด และ |
| พระเจ้าเอ็ดวาร์ดที่ 2 ต่างก็ทรงเป็นเกย์ทั้งสองพระองค์ แม้แต่ในวันอภิเษกสมรสของ |
| พระเจ้าเอ็ดวาร์ดที่ 2 กับพระนางอิซาเบลลา เมื่อ ค.ศ. 1308 พระองค์ยังโปรดที่จะบรรทม |
| กับปิแอร์ กาเวสตัน ชายคนรักของพระองค์ มากกว่ากับมเหสีที่เพิ่งจะอภิเษกด้วย |
| ภายหลัง กาเวสตันถูกเนรเทศและถูกฆาตกรรม เนื่องจาก กระทำการหยาบช้าวิตถาร |
| ต่อองค์กษัตริย์ |
ทั้งๆที่ พฤติกรรมต่างๆดังกล่าวข้างต้น ล้วนแต่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนรัชกาลของ |
พระนางเจ้าวิคตอเรียผู้ซึ่งพระนามของพระองค์ถูกยืมมาใช้เป็นชื่อศักราช |
| แต่ก็น่าแปลกที่ พระนางทรงมีปฏิกิริยารุนแรงต่อเรื่อง รักๆใคร่ๆในวัยรุ่นของ |
| พระโอรสองค์ใหญ่ จนยุคของพระนางได้ชื่อว่าเป็นยุคแห่ง การกดดันทางเพศ |
| พระนางทรงระทมทุกข์ และทรงประณาม เรื่องชู้สาวของเจ้าชายเอ็ดวาร์ดว่า |
| เป็นต้นเหตุให้สวามี ของพระนางต้องสิ้นพระชนม์ ถึงกับทรงเปรยว่า |
"เห็น "ไอ้เด็กคนนั้น" แล้ว อดนึกชังน้ำหน้าไม่ได้ " |
บรรพบุรุษของพระนาง คงสาปแช่งให้พระนางประสบชะตากรรมเหล่านี้เป็นแน่แท้ |