|
"a pair of luscious buttocks can accomplish more than all that philosophers,
astrologists, alchemists and necromancers have ever wrought" Pietro Aretino (1492-1556)
สภาวะธรรมชาติของมนุษย์ก็คือต้องสืบพันธุ์เพื่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ และสืบทอดทรัพย์สมบัติ
ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัวหรือส่วนรวม ไปสู่คนรุ่นต่อไป การไม่ต้องสืบทอดเผ่าพันธุ์ของมนุษย์นั้นเป็นทางเลือก
ของมนุษย์ที่ไม่ธรรมดา ความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ที่ปรากฎในอดีตคือความสามารถที่จะไม่กระทำตามความ
จำเป็นตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเพื่อหลีกหนีความยุ่งยากลำบากทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น เพราะมีลูกหนึ่งคน
จนไปเจ็ดปีหรืออะไรก็ตาม การเกิดยังเป็นความทุกข์ทรมานที่เห็นได้อย่างชัดเจน นับตั้งแต่การคลอดเป็นต้นมา
ครั้งแรกที่มนุษย์ออกมาจากครรภ์มาสัมผัสโลกกับภายนอก ก็ออกมาด้วยการสร้างความเจ็บปวด การเกิดเป็น
หนทางของการสร้างบ่วงให้มีการร้อยต่อกันของชีวิต การหลีกหนีความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่แห่งการเป็นสัตว์โลก
จึงทำได้ด้วยการไม่เกิดและเป็นเป้าหมายของความต้องการที่เหนือมนุษย์ปกติ การที่มนุษย์ประกันได้ว่าตัวเอง
หรือมนุษย์ผู้อื่นจะไม่ต้องเกิด จึงเป็นการประกันความสุขที่ถาวรในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเชื่อว่าตายแล้ว
ต้องเกิดใหม่ ความคิดเรื่องการพ้นทุกข์ที่สุดยอดและเด็ดขาดแบบนี้ได้ เป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ในโลก
ที่ไม่ต้องการกลับมาชื่นชมความทุกข์ยากของการเป็นสัตว์โลกอีกต่อไป
ถ้ามนุษย์ทุกคนเห็นสัจธรรมนี้ และหลีกเลี่ยงการเกิด ก็หมายความว่าความสืบเนื่องทางอารยธรรมของมนุษย์ก็คงจะต้องกลาย
เป็นสิ่งที่หลงเหลือไว้ให้สำหรับมนุษย์ต่างดาวหรือสิงสาราสัตว์ได้ชื่นชม มากกว่าที่จะเป็นมนุษย์ด้วยกันเอง ถ้าทุกคนพร้อมใจ
กันไม่สืบพันธุ์แล้ว มหันตภัยของความต้องการหลุดบ่วงจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัว ไม่ต่างไปจากการสูญสิ้นมนุษยชาติที่อาจเกิดจาก
โรคระบาด หรือการทำลายล้างกันด้วยเทคโนโลยี แต่ความน่ากลัวของการหลุดพ้นที่ตัดสินใจเลือกได้นี้ ก็ดูจะไม่น่ากลัวเท่ากับ
มหันตภัยที่มนุษย์ไม่ได้เลือก ทางเลือกของการหลุดบ่วงจึงน่าพิสมัยกว่า เพราะอย่างน้อยก็มิต้องตายอย่างอเนจอนาถ ยิ่งกว่านั้น
ทางเลือกที่นำไปสู่การหลุดบ่วงนี้ยังได้รับการเชิดชูว่าเป็นทางเลือกที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ตราบเท่าที่ทุกคนไม่ตัดสินใจเลือกทาง
เลือกนี้ และยังคงแสดงความสามารถยิ่งใหญ่ในการที่จะได้ควบคุมชะตาชีวิตของตนได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าการเกิดจะเป็นทุกข์
แต่ก็เป็นความทุกข์ที่มนุษย์ส่วนใหญ่ยินดีรับ ราวกับว่าคนเหล่านี้นิยมความเจ็บปวด ความสุขในบั้นปลายที่เริ่มต้นด้วยการ
เจ็บปวดทุกข์ยากมักจะเริ่มต้นด้วยความสุข ที่ว่ากันว่าล่อหลอกหรือเป็นหนทางที่ทำให้มนุษย์ตกทุกข์ได้ยาก ถึงกระนั้นก็ดี
ความทุกข์ที่ตามมากับความสุขนี้ก็เป็นการทำให้มนุษย์มีอยู่ต่อไป ในทางโลกความสุขและความทุกข์นี้ จึงเป็นประโยชน์ต่อการ
ดำรงอยู่ของมนุษย์ชาติ ตราบเท่าที่ความสุขนี้นำไปสู่การก่อเกิดผลิตผล มากกว่าที่จะมีความสุขอย่างเสียเปล่า
๑. ตูดกับ "ชาติ" ที่ชาตินี้คงรักกันไม่ได้
ความสุขจากการจรรโลงเผ่าพันธุ์มนุษย์จึงไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นการลงทุนตราบเท่าที่ความต้องการที่จะดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์
ยังเป็นสิ่งสำคัญ โยนีและลึงค์จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการสร้างสรรค์ ในแง่นี้ รูของโยนีและรูของลึงค์จึงเป็นรูแห่งการสร้างสรรค์
และมีคุณลักษณะของการผลิตและบ่งบอกถึงโซ่ตรวนแห่งสายสัมพันธ์ ในขณะที่รูที่อยู่ใกล้ กันนั้นเป็นรู้ที่แสดงนัยยะของการสูญเสีย
รูตูดเป็นรูของการทำลายล้าง รูแห่งการกำจัด การตัดและขมิบให้ขาด รูตูดจึงเป็นรูที่ไม่สร้างความต่อเนื่องและเป็นรูของการสิ้นสุด
ที่ไม่ต้องการสายโยงใยแบบสายรกที่บ่งชี้ถึงการพึ่งพิงและความผูกพัน รูตูดเป็นรูแห่งการตัดขาด แสดงความเป็นส่วนที่โดดเดี่ยว
ไม่มีสายใยแห่งความเป็นพวกพ้อง สถานะของรูตูดเป็นสถานะที่มีความเป็นปัจเจกอันไร้ซึ่งความห่วงใย ไม่มีใครที่ต้องการที่จะมี
ความสัมพันธ์กับรูนี้ โดยเฉพาะถ้าเปรียบเทียบกับรูสร้างสรรค์อย่างรูของการเกิดหรือช่องคลอด ความห่วงใยที่มีต่อรูสร้างสรรค์นี้
เห็นได้จากการต้องมีวิชาการที่มาดูแลเป็นพิเศษ คือวิชาสูตินารี ในขณะที่รู้ของลึงค์และตัวลึงค์เอง ก็มีความสำคัญในฐานะของการ
สร้างสรรค์อันเป็นสิ่งที่เห็นได้จากศิวลึงค์ ในขณะที่สรรพสิ่งที่เดินทางผ่านรูตูดกลับไม่มีใครถวิลหา สิ่งใดก็ตามที่ผ่านรูตูดออกมา
ผู้เป็นเจ้าของไม่จำเป็นต้องหันหน้ากลับไปเมียงมองด้วยความห่วงใย หรือโอบอุ้มเหมือนผลิตผลที่สร้างสรรค์จากรูคลอด แม้รูแห่ง
การสร้างสรรค์จะไม่ได้ผลิตสิ่งที่มนุษย์ห่วงหาอาทรอยู่ตลอดเวลา แม้ว่ารูของลึงค์และรูช่องคลอดต่างก็ขับสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาออกมา
ได้เช่นกัน แต่รูตูดนั้นดูเหมือนว่าไม่เคยได้สร้างสรรค์สิ่งใดเลย สิ่งที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นของที่ค่อนข้างแข็ง หรือเหลวและแม้กระทั่ง
สภาวะที่เป็นก๊าซ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาทั้งสิ้น
ความเป็นรูตูดจึงมีแต่ความน่ารังเกียจ เป็นรูแห่งความแปลกแยก และแสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อการมีสายใยหรือความสัมพันธ์
รูตูดเป็นรูแห่งการต่อต้านความเป็นสังคม มันจึงไม่ได้มีความหมายเป็นอารยสังคม (civility) และอารยธรรม แม้รูตูดจะเป็นส่วนหนึ่ง
ของความเป็นธรรมชาติ แต่ตำแหน่งของมันก็เป็นตำแหน่งที่ไม่มีความเด่นชัด โดยเฉพาะถ้าจะเปรียบเทียบกับส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
รูตูดถูกปิดด้วยแก้มก้นที่มีเนื้อ กล้ามเนื้อ และไขมันจำนวนมาก มันจึงมีสถานะแห่งการเป็นสิ่งที่อยู่ขอบนอก (marginality) แม้ว่ารูของโยนี
ก็ไม่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะถ้าเทียบกับรูของลึงค์ ความลึกลับของอวัยวะเพศหญิงก็ถูกปกคลุมด้วยขนและแคมเล็ก
แคมใหญ่ แต่มันก็มิได้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ หากเป็นรูแห่งพลังปรารถนาที่นำไปสู่การผลิตและรายได้ ซึ่งได้รับการเอาใจใส่มานับตั้งแต่
สังคมโบราณ กระนั้นก็ดี การขยายตัวของประชากรก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวได้เช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ที่ความคิดเรื่องประชากรของ
โรเบิร์ต มัลธัส (Robert Malthus) และลัทธิมัลธัสใหม่ (Neo-Malthusian) ยังคงหลอกหลอนมนุษย์มาโดยตลอด แต่นั่นก็เป็นความคิด
เพื่อรักษาความต่อเนื่องของมนุษย์ชาติอย่างมีคุณภาพ
สังคมที่กำกับด้วยรัฐประชาชาติ แสดงความชัดเจนเรื่องความต่อเนื่องของประชากรผ่านนโยบายประชากรและประชากรที่จะต้องให้
การอุ้มชู การที่ประชากรในฐานะส่วนประกอบสำคัญของการเป็นชาติได้รับการส่งเสริม แสดงให้เห็นถึงความมีสำนึกต่อการสืบต่อ
ความเป็นชาติ อันหมายถึงความรักที่มีต่อปิตุภูมิ (patriotic) [1] กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือว่าความรักที่มีต่อปิตุภูมิ ก็คือความรักที่มีต่อลึงค์
อันเป็นสัญลักษณ์ของสภาวะที่งอกงาม สภาวะเจริญพันธุ์ แม้กระทั่งในกรณีของความรักมาตุภูมิที่ไม่มีลึงค์ มีแต่โยนี ก็ยังแสดงสัญลักษณ์
ของสภาวะเจริญพันธุ์ในทำนองเดียวกันกับลึงค์ ความเป็นชาติจึงต้องมีเพศ มากกว่าที่จะไม่มีเพศ ไม่ว่าเพศนั้นจะเป็นลึงค์หรือโยนีก็ตาม
ชาติยังมีความหมายที่บ่งบอกถึงการกำเนิด คำว่า nation ซึ่งแปลว่าชาติ มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า natio อันหมายถึงจุดเริ่มต้น
หรือแหล่งกำเนิด (origin) การกำเนิดนี้จะต้องมีจุดเริ่มต้นที่เกิดจากการผสมพันธุ์ของมนุษย์เพศผู้และเพศเมีย การกำหนดความเป็นชาติ
จากมวลสมาชิกแบบนี้ เป็นการใช้จุดกำเนิดที่มีความตายตัว การกำหนดความสำคัญของการเป็นเพศใดเพศหนึ่ง ก็ยังมีความสำคัญแก่ความ
เป็นชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศชาย เช่น จีน [2] ซึ่งไม่ใช่แค่ความเป็นเพศเท่านั้นที่สำคัญ แต่จะต้องเป็นเพศที่พึงปรารถนาด้วย ความสำคัญ
จึงอยู่ที่เรื่องของคุณภาพ ไม่ใช่แต่ปริมาณ[3]
-หน้าต่อไป-
--------------------------------------------------
[1] ความต้องการรักษาสภาวะเจริญพันธุ์ให้อยู่ในระดับน่าพอใจนั้นเป็นสิ่งที่รัฐให้ความสนใจ ความรักและความใคร่ระหว่างชายหญิงที่ต้อง
ดำรงอยู่ในสถาบันครอบครัวถูกรัฐยกระดับให้มีความยิ่งใหญ่ว่าเป็นการร่วมเพื่อชาติ ปรากฎการณ์นี้มีอยู่เสมอในประเทศต่าง ๆ เช่น มาเลเซีย
และสิงคโปร์ ดู Aihwa Ong. "State Versus Islam : Malay Families, Women Bodies, and the Body Politic in
Malaysia" และ Geraldine Heng and Janadas Devan. "Statefathehood : The Politics of Nationalism,
Sexuality, and Race in Singapore" ใน Aihwa Ong and Michael G. Peletz. Bewitching Women, Pious
Men : Gender and Body Politics in Southeast Asia. Berkeley : University of California Press, 1995.
[2] Nira Yuval-Davis. Gender & Nation. London : Sage Publications. 1997. p. 31.
[3] Ibid., p. 34.
|