หน้าหลัก  ข่าว  จดหมายข่าววัตถุประสงค์ประวัติโครงการกิจกรรม  ระบบฐานข้อมูล  กระดานข่าว

สารบัญหลัก 


ความคืบหน้าโครงการฯ
รายงานผลความคืบหน้า ของโครงการไฟโตเลียม



องค์กรที่ร่วมดำเนินการ ในปัจจุบัน
รายชื่อองค์กรที่ร่วม ดำเนินการศึกษาวิจัยและ พัฒนาการนำน้ำมันพืช มาใช้ทดแทนน้ำมัน ปิโตรเลียม



Email Updates
ท่านสามารถรับเอกสารข่าว ทาง e-mail ได้ เพียงกรอก อีเมล์ของท่าน



รายงานผลการใช้งาน



รายงานผลการวิจัย



เวปไซต์ที่น่าสนใจ
BioDiesel
BioDiesel International
GrassRoots BioDiesel
Pacific Biodiesel
Veggie Van



โครงการปาล์มโมเลียม (Palmoleum Project)
โครงการเอทานอล ประเทศไทย (Ethanol Thailand)
โครงการเฉลิมพระเกียรติ การนำพลังงานทดแทนมา ใช้
สำนักงานคณะกรรมการ นโยบายพลังงานแห่งชาติ



ผู้ให้การสนับสนุน



ส่งข้อคิดเห็น
โปรดส่งข้อคิดเห็น เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลได้ที่ narudol@ccs.sut.ac.th 



      

 

       ไฟโตเลียม ( Phytoleum ) หมายถึง น้ำมันพืช หรือ สิ่งที่ได้จากพืช ที่นำมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ แทนน้ำมันปิโตรเลียม ( Petroleum ) ไฟโตเลียม จัดเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ ( Biofuels ) ที่สำคัญมาก และ อาจจะเป็นพลังงานที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากเป็นพลังงานหมุนเวียน ( Renewable Energy ) ที่เราสามารถหามาทดแทนได้โดยไม่มีขีดจำกัด ตราบเท่าที่โลกเรายังได้รับพลังงานจาก แสงจากดวงอาทิตย์ 
       คำว่า Phytoleum มาจากการนำเอาคำสองคำมาเชื่อมเข้าด้วยกัน คือ คำว่า Phyto ซึ่งมาจากคำกรีก แปลว่า พืช ( Plant ) กับคำว่า Oleum ซึ่งเป็นคำละติน แปลว่า น้ำมัน ( Oil ) รวมกันหมายถึง น้ำมันจากพืช ( Oil from plant ) การนำคำว่า Phytoleum นี้มาใช้ จะช่วยสื่อความหมายและกระตุ้นให้ประชากรไทย และ ประชาคมโลก หันมาสนใจพัฒนาพืชน้ำมัน ให้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม ที่กำลังจะหมดไปในอนาคตอันใกล้นี้กันอย่างจริงจัง 


      
โครงการ ไทไฟโตเลียม ( THAI PHYTOLEUM PROJECT ) 

วัตถุประสงค์ 

          เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน การศึกษาวิจัย และ พัฒนา องค์ความรู้ด้านการผลิตพืชน้ำมัน และ การประยุกต์ใช้น้ำมันจากพืช เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ ทั้งในภาคการพลังงานและอุตสาหกรรม ทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม งานโครงการนี้จะครอบคลุม นับตั้งแต่การคัดเลือก และ ปรับปรุงพันธุกรรมของพืชน้ำมัน การคัดเลือกพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการสกัดน้ำมัน การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพน้ำมัน การปรับแต่งเครื่องยนต์ การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการศึกษาวิจัย และ สารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านเครือข่าย อินเตอร์เนต ( Internet ) โดยมีองค์กร และ คณะทำงานประกอบด้วย ทั้ง ทหาร ( Military ) สถาบัวิชาการ ( Academy ) องค์กรชาวบ้าน ( Native ) และ หน่วยงานภาครัฐ ( Authority ) ช่วยกันคิด ร่วมกันทำ อย่างมุ่งมั่นให้สำเร็จโดยความเพียร หรือ อย่างมี มานะ ( MANA ) นั่นเอง โดย ระยะที่หนึ่ง เน้นที่การศึกษาวิจัยและพัฒนา การนำน้ำมันปาล์ม ( Palmoleum Project ) และน้ำมันมะพร้าวมาใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลการเกษตร ดังแผนภาพ Phytodeisel Rocket No. 1

 


       
มีเหตุผลสำคัญหลาย ๆ ประการที่ต้องสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา วิทยาการ ไฟโตเลียม ( Phytoleum Technology ) หรือ น้ำมันเชื้อเพลิงจากพืช ( Phytofuels ) โดยรวมแล้วก็จะเป็นเหตุทำนองเดียวกับการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้าน น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ( Biofuels ) ซึ่งเหตุผลสำคัญที่สุดก็จะเป็นจุดที่ ในปัจจุบันไม่มีใครสามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่า เราจะยังคงมีน้ำมันจากปิโตรเลียมใช้กันไปได้อีกกี่สักปี บางคนบอกอีก 40 ปี บางคนบอกว่ามากกว่า แต่บางคนก็ว่ามากกว่านี้ แต่ทุกคนยอมรับตรงกันว่า เชื้อเพลิงจากปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงที่มีปริมาณจำกัด ใช้เวลาในการเกิดเป็นร้อยล้านปี จนอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นเชื้อเพลิงที่ไม่หมุนเวียน ( non-renewable ) ดังนั้นเราจะต้องเตรียมหาเชื้อเพลิงทดแทนให้พร้อมก่อนที่น้ำมันปิโตรเลียมจะหมดไป ทางหนึ่งที่มีความเป็นไปได้มากก็คือ การใช้น้ำมันจากพืช มาทดแทน และน้ำมันเชื้อเพลิงจากพืชอาจจะเรียกว่าเป็น น้ำมันเชื้อเพลิงเขียว ( Green Fuels ) และ เนื่องจาก เราสามารถผลิตทดแทนได้ ตราบเท่าที่โลกเรายังได้รับพลังจากแสงอาทิตย์ จึงจัดว่าเป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียน ( renewable fuels ) ทำให้มีหลักประกันการมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน
          เหตุผลสำคัญอีกด้านหนึ่งในการใช้น้ำมันพืช ที่ดีกว่า การใช้น้ำมันปิโตรเลียม ก็คือ น้ำมันพืชเป็น น้ำมันเชื้อเพลิงสะอาด ( Clean Fuels ) เพราะมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่า ไม่เพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) ให้กับอากาศ จึงลดปัญหาการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก ( Greenhouse Effect ) 
         ข้อดีอีกอย่างของ น้ำมันเชื้อเพลิงจากพืช ไฟโตเลียม ก็คือ เป็นเชื้อเพลิงที่สามารถผลิตได้ในแต่ท้องถิ่นโดยไม่ต้องอาศัยโรงงาน หรือ เครื่องมือที่ ซับซ้อน จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกร ที่จะสามารถผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ได้เอง ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ในด้านพลังงาน
     



  
 
หน้าหลัก | ข่าว | จดหมายข่าว | วัตถุประสงค์ | ประวัติโครงการ | กิจกรรม | ฐานข้อมูล | กระดานข่าว | ติดต่อ Webmaster
 Back to Top  
   
Thai Phytoleum Project , Suranaree University of Technology
1