|
ไฟโตเลียม ( Phytoleum )
หมายถึง น้ำมันพืช หรือ สิ่งที่ได้จากพืช ที่นำมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ แทนน้ำมันปิโตรเลียม ( Petroleum ) ไฟโตเลียม จัดเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ ( Biofuels ) ที่สำคัญมาก และ อาจจะเป็นพลังงานที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากเป็นพลังงานหมุนเวียน ( Renewable Energy ) ที่เราสามารถหามาทดแทนได้โดยไม่มีขีดจำกัด ตราบเท่าที่โลกเรายังได้รับพลังงานจาก แสงจากดวงอาทิตย์
คำว่า Phytoleum มาจากการนำเอาคำสองคำมาเชื่อมเข้าด้วยกัน คือ คำว่า Phyto ซึ่งมาจากคำกรีก แปลว่า พืช ( Plant ) กับคำว่า Oleum ซึ่งเป็นคำละติน แปลว่า น้ำมัน ( Oil ) รวมกันหมายถึง น้ำมันจากพืช ( Oil from plant ) การนำคำว่า Phytoleum นี้มาใช้ จะช่วยสื่อความหมายและกระตุ้นให้ประชากรไทย และ ประชาคมโลก หันมาสนใจพัฒนาพืชน้ำมัน ให้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม ที่กำลังจะหมดไปในอนาคตอันใกล้นี้กันอย่างจริงจัง
โครงการ ไทไฟโตเลียม ( THAI PHYTOLEUM PROJECT )
วัตถุประสงค์
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน การศึกษาวิจัย และ พัฒนา องค์ความรู้ด้านการผลิตพืชน้ำมัน และ การประยุกต์ใช้น้ำมันจากพืช เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ ทั้งในภาคการพลังงานและอุตสาหกรรม ทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม งานโครงการนี้จะครอบคลุม นับตั้งแต่การคัดเลือก และ ปรับปรุงพันธุกรรมของพืชน้ำมัน การคัดเลือกพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการสกัดน้ำมัน การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพน้ำมัน การปรับแต่งเครื่องยนต์ การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการศึกษาวิจัย และ สารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านเครือข่าย อินเตอร์เนต ( Internet ) โดยมีองค์กร และ คณะทำงานประกอบด้วย ทั้ง ทหาร (
Military ) สถาบัวิชาการ (
Academy ) องค์กรชาวบ้าน (
Native ) และ หน่วยงานภาครัฐ (
Authority ) ช่วยกันคิด ร่วมกันทำ อย่างมุ่งมั่นให้สำเร็จโดยความเพียร หรือ อย่างมี
มานะ ( MANA ) นั่นเอง โดย
ระยะที่หนึ่ง
เน้นที่การศึกษาวิจัยและพัฒนา
การนำน้ำมันปาล์ม
( Palmoleum Project ) และน้ำมันมะพร้าวมาใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องจักรกลการเกษตร
ดังแผนภาพ Phytodeisel
Rocket No. 1


มีเหตุผลสำคัญหลาย ๆ ประการที่ต้องสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา
วิทยาการ ไฟโตเลียม ( Phytoleum Technology ) หรือ น้ำมันเชื้อเพลิงจากพืช ( Phytofuels ) โดยรวมแล้วก็จะเป็นเหตุทำนองเดียวกับการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้าน
น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ( Biofuels )
ซึ่งเหตุผลสำคัญที่สุดก็จะเป็นจุดที่ ในปัจจุบันไม่มีใครสามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่า เราจะยังคงมีน้ำมันจากปิโตรเลียมใช้กันไปได้อีกกี่สักปี บางคนบอกอีก 40 ปี บางคนบอกว่ามากกว่า แต่บางคนก็ว่ามากกว่านี้ แต่ทุกคนยอมรับตรงกันว่า เชื้อเพลิงจากปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงที่มีปริมาณจำกัด ใช้เวลาในการเกิดเป็นร้อยล้านปี จนอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นเชื้อเพลิงที่ไม่หมุนเวียน ( non-renewable ) ดังนั้นเราจะต้องเตรียมหาเชื้อเพลิงทดแทนให้พร้อมก่อนที่น้ำมันปิโตรเลียมจะหมดไป ทางหนึ่งที่มีความเป็นไปได้มากก็คือ การใช้น้ำมันจากพืช มาทดแทน และน้ำมันเชื้อเพลิงจากพืชอาจจะเรียกว่าเป็น
น้ำมันเชื้อเพลิงเขียว ( Green Fuels ) และ เนื่องจาก เราสามารถผลิตทดแทนได้ ตราบเท่าที่โลกเรายังได้รับพลังจากแสงอาทิตย์ จึงจัดว่าเป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียน ( renewable fuels ) ทำให้มีหลักประกันการมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน
เหตุผลสำคัญอีกด้านหนึ่งในการใช้น้ำมันพืช ที่ดีกว่า การใช้น้ำมันปิโตรเลียม ก็คือ น้ำมันพืชเป็น
น้ำมันเชื้อเพลิงสะอาด ( Clean Fuels ) เพราะมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่า ไม่เพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) ให้กับอากาศ จึงลดปัญหาการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก ( Greenhouse Effect )
ข้อดีอีกอย่างของ น้ำมันเชื้อเพลิงจากพืช ไฟโตเลียม ก็คือ เป็นเชื้อเพลิงที่สามารถผลิตได้ในแต่ท้องถิ่นโดยไม่ต้องอาศัยโรงงาน หรือ เครื่องมือที่ ซับซ้อน จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกร ที่จะสามารถผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ได้เอง ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ในด้านพลังงาน


|
|
|