| |
ประวัติของ
"เมืองแจ๋ม" ในอดีต
ก่อนอื่นต้องมารู้จักกับคำว่า "เมืองแจ๋ม"
กันก่อน ซึ่งแต่เดิมนั้นเรียกกันว่า "แจม"ซึ่งครั้งโบราณกาลนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระมหากัจจายนะ
ได้จาริกผ่านมาทางยอดดอย "อ่างกา" (ดอยอินทนนท์) และเช้าวันหนึ่งเมื่อพระพุทธเจ้าออกบิณฑบาตโปรดสัตว์
มีย่าลัวะเฒ่าคนหนึ่งนำปลาปิ้งครึ่งตัวมาใส่บาตร พระบรมศาสดาจึงตรัสถามย่า ลัวะว่า
"แล้วปลาอีกครึ่งตัวมีไหน" ย่าลัวะทูลตอบว่า "เก็บไว้ให้หลาน"
พระพุทธเจ้าทรงรำพึงว่า "บ้านนี้เมืองนี้มัน แจม แต๊นอ" ซึ่งต่อมาดินแดนนี้จึงได้ชื่อว่า
"เมืองแจม" คำว่า "แจม" เป็นภาษาลัวะ แปลว่ามีน้อย ไม่พอเพียง
หรือขาดแคลน (หวิด ๆ ขาด ๆ).......... (อ่านต่อ)
|
มีอะหยังดีๆ
ตี้อยู่ในเมืองแจ๋มผ้องเจ้า (ลองเข้ามาผ่อก่อนน้อเจ้า)
เมืองแจ๋ม
ยังคงความมีเสน่ห์เนื่องจากว่า ยังคงรักษาวิถีชีวิตตลอดจ๋นประเพณีและวัฒนธรรมแบบบะกุ๊บบะเก่าอยู่ค่อนข้างจะนัก
หากไผคนไหนตี้โหยหารากเหง้าแห่งอดีต ข้าเจ้าขอรับรองว่า ถ้าหากได้เข้ามาแอ่วในเมืองแจ๋มแล้ว
ท่านจะบะผิดหวังเลยเจ้าเมืองนี้เป๋นเมืองตี้หลายๆคน ต่างกะขนานนามว่า "เมืองลับแล"
เนื่องจากเป๋นเมืองหน้อยๆ ตี้อาศัยอยู่ในหุบเขา มีดอยล้อมรอบตึง 4 ด้าน เปรียบเสมือนกับแอ่งน้ำหน้อยๆ
ตี้คอยเก๋บความจุ่มเย็นของสายน้ำไว้...ในอ้อมกอดของผืนป่าใหญ่แห่งนี้มาแอ่วเมืองแจ๋มแล้ว
จะไปตี้ไหนผ้อง
|
ศิลปในเมืองแจ๋ม (วัดวาอาราม)

"วัดช่างเคิ่ง" วัดช่างเคิ่ง จะมีแผ่นป้ายไม้จารึก สร้างขึ้นสมัย เจ้าแก้วเมืองมา,นอกจากนี้ยังมี
องค์พระธาตุ ตี้ได้บรรจุพระเกศาขององค์พระสัมมาสัมพุทธะเจ้าตลอดจ๋นวิหารหน้อยจะมีพระมหากัจจายประดิษฐานไว้หื้อเจ้าศรัทธาปู่จากราบไหว้นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำทิพย์
ตี้เกยมีข้าวตอกลอยออกมาจากต๋าน้ำ
 "วัดเจียง"
วัดเจียง จะมีพระธาตุ 6 เหลี่ยมซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย,มีพระเจ้าแสนตอง ตี้ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเมืองแจ๋ม
"วัดยางหลวง" จะมีคิชกูฏ ซึ่งจำลองมาจากภูเขา คิชกูฏ ประเทศอินเดีย สร้างโดยฝีมือช่าง
"เชียงแสน"
 "วัดป่าแดด "
มีวิหารลานดินตี้เก่าแก่ รวมทั้งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังวิหาร จะเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก
ตั้งแต่กัณฑ์ทศพร-นครกัณฑ์ ตลอดจ๋นภาพพุทธประวัติ วิฑูรบัณฑิต และนิทานพื้นบ้าน ไตรภูมิ
 "วัดพุทธเอ้น"
จะมีโบสถ์กล๋างน้ำ อายุประมาณร้อยกว่าปี๋ สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง หลังคามุงแป้นเกร็ด
ด้านหน้าแกะสลักเป๋นฮูปดอกโบตั๋น เป๋นโบสถ์กล๋างน้ำหลังเดียวตี้เหลืออยู่ในประเทศไทย
,และมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ว่ากั๋นว่าถ้าไผเจ๋บเป๋นอะหยังหื้อมาเอาน้ำบ่อศักดิ์สิทธิ์ไปอธิษฐานแล้วดื่มกิ๋น
จะหายจากโรคภัยไข้เจ๋บ
"วัดก๋องกาน" มีพระเจ้าต๋นหลวง ว่ากั๋นว่าเดิมทีชาวบ้านไปหันอยู่กล๋างป่า
แต่พระพุทธรูปบ่อมีเศียร ลั๊วะจึงจ่วยกั๋นปั๋นเศียรพระขึ้นมาแต่ปั๋นบ่อสำเร็จ จึงทำพิธีขอเทวดาจ่วย
เกิดเหตุอัศจรรย์มีคนผ่อหันเณรหน้อยมาจ่วยปั้นพระจ๋นเสร็จ
 "น้ำตก"
น้ำตกในแม่แจ่ม จะมี น้ำตกห้วยทรายเหลือง และน้ำตกแม่ปาน และมีน้ำตกในหมู่บ้านแม่หลุแหมตี้หนึ่งเจ้า "เตวแอ่วในหมู่บ้าน"
เสน่ห์แหมอย่างหนึ่งตี้ทำหื้อเจ้าปี้นายน้องจากแดนอื่นหลงใหลในเมืองแจ๋มก่อคือ ก๋านเตวแอ่วต๋ามหมู่บ้าน
ซึ่งท่านจะสามารถ ผ่อก๋านปั้นผางประทีป ,ก๋านแป๋งซ้อมดอก ,ก๋านสานแมง(รูปสัตว์ต่างๆ
เช่นจระเข้)โดยวัสดุท้องถิ่นเช่น ใบบะป๊าว ,ก๋านศึกษาสมุนไพรในหมู่บ้าน, ก๋านนวดแผนโบราณ
, ก๋านแป๋งปิ่นปักผม, ก๋านเก๋บฝ้าย ,ก๋านปั่นฝ้าย,ก๋านย้อมผ้า ก๋านทอผ้า และก๋านจกตี๋นซิ่นอันลือจื่อของจาวเมืองแจ๋ม

"การล่องแพน้ำแจ่ม" พอเข้าฤดูฝน ต้นไม้-ใบไม้จะเขียวขจี ผ่อแล้วทำหื้อสบายต๋า
และในช่วงนี้ มักจะมีผู้มาเยือนจากถิ่นอื่น มาสัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติ ฮิมฝั่ง
2 ข้างทางระหว่างล่องแพน้ำแจ่ม และบางครั้งก่อมีการตั้งแคมป์กลางป่ากลางดอย ทำหื้อได้สูดกลิ่นฮายของธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
และสำหรับคำขวัญของอำเภอแม่แจ่มนั้น มีอยู่ว่า "เที่ยวบ่อน้ำแร่
ล่องแพน้ำแจ่ม พักแรมน้ำตก ผ้าตีนจกยอดน้ำมือ" ถ้าหากว่าไผตี้เกยมาแอ่วแม่แจ่มแล้ว
จะฮู้ว่าเสน่ห์หองแม่แจ่มนั้นงดงามเพียงใด .... สิบปากว่า บ่อเต้าต๋าหัน ...ขอแค่ได้มาหันสักเตื้อ
แล้วเจ้าปี้นายน้องจะฮักแม่แจ่มไปแหมเมินๆ เจ้า..... ตี้ข้าเจ้ากล่าวมาตึงหมดนี้
ยังบะรวมถึงประเพณีและวัฒนธรรมตี้มีมาต๋ามแบบเบ้าตี้ได้สืบทอดกั๋นมาตึงหมดเตื้อหนะเจ้า
ยังมีอะหยังแหมหลายๆอย่างตี้ข้าเจ้ายังบะได้นำมาเล่าหื้อฟัง เอาไว้โอกาสหน้าข้าเจ้าจะค่อยๆนำมาลงหื้อเจ้าปี้นายน้องได้อ่านกั๋นแหมใหม่น้อเจ้า
|
|