![]() |
| King of Comedy Stephen Chow (Chow Sing Chi)
โจวซิงฉือ เกิดเมื่อ 22 มิถุนายน ปี 1962 เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว มีพี่สาวหนึ่งคน และน้องสาวสองคน ถึงแม้ว่าเค้าจะเกิดที่ฮ่องกง แต่พื้นแพครอบครัวเป็นคนเซี่ยงไฮ้ หลังจากจบมัถยมในปี 1982 โจวซิงฉือสมัครเข้าทำงานในบริษัท TVB แต่ถูกปฏิเสธ แต่ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้โจวซิงฉือไปสมัครเข้าเป็นนักเรียนการแสดงของ TVB ที่กำลังประกาศรับสมัครขณะนั้นแทน หลังจากผ่านไปหนึ่งปี โจวซิงฉือได้เซ็นสัญญากับบริษัทและเริ่มต้นงานแสดง ในรายการทีวีสำหรับเด็กชื่อ "430 Space Shuttle" ที่เค้าได้เป็นพิธีกรถึง 4 ปีคู่กับ เหลียงเฉาเหว่ย รายการประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับโจวซิงฉือเป็นอย่างมาก และถือเป็นการกรุยทางสู้เส้นทางการแสดงของเค้า ในปี 1987 โจวซิงฉือได้เล่นหนังทีวีเป็นครั้งแรกในเรื่อง The Price Of Growing Up ในบทตัวประกอบของว่านจื่อเหลียง ในปีเดียวกันนี้ โจวซิงฉือได้แสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในหนังที่แสดงนำและกำกับโดย หลี่ซิวเสียน Final Justice โจวซิงฉือได้รับรางวัลม้าทองคำดาราสมทบยอดเยี่ยมจากบทในเรื่องนี้ ส่วนรางวัลที่ฮ่องกงได้เสนอชื่อเข้าชิงสาขาดาราหน้าใหม่ และดาราสมทบชาย ปีถัดมาโจวซิงฉือได้รับงานแสดงที่หลากหลายขึ้น สำหรับหนังใหญ่ ก็ได้แก่ Just Heroes หนังที่กำกับโดยจอห์น วู เป็นงานที่ทำออกมาเพื่อคารวะจางเชอะ, Unmatchable match, Thunder cops 2 และ Dragon Fight นอกจากนั้นยังมีโอกาศได้เล่นบทตลกเป็นครั้งแรก ในหนังเรื่อง Faithfully Yours ร่วมกับจางเซียะโหย่ว ส่วนหนังทีวี โจวซิงฉือได้รับบทนำในหนังกำลังภายในเรื่อง Final Combat ซึ่งมีอู๋จวินอวี้ร่วมแสดง รวมถึงได้ร่วมงานกับอู๋ม่งต๊ะเป็นครั้งแรกด้วย จนกระทั่ง ในปี 1990 โจวซิงฉือจึงได้ก้าวเป็นซุปเปอร์สตาร์อย่างแท้จริงกับ หนังพนันที่ทำออกมาล้อเลียนคนตัดคน ในชื่อว่า คนตัดเซียน(All for the Winner) นอกจากนั้น โจวซิงฉือยังมีงานหนังออกมาถึงอีก 7 เรื่องในปีนี้ ได้แก่ My Hero, Look Out, Officer!, Legend Of The Dragon, When Fortune Smiles, Love Is Love และหนังตลกตำรวจคู่หูกับจางเซียะโหย่ว Curry & Pepper ปี 1991 โจวซิงฉือยังคงโกยเงินต่อไปใน Fight Back To School (คนเล็กนักเรียนโต) หนังเกี่ยวกับ ตำรวจที่ปลอมตัวเป็นนักเรียน เข้าไปสืบคดี หนังทำลายสถิติทำเงินสูงสุดในฮ่องกงขณะนั้นไปได้ หนังยังมีภาคต่อตามมาอีกสองภาคในปี 1993 นอกจากนั้นในปี 1991 โจวซิงฉือยังมีหนังกังฟูออกมาเป็นครั้งแรก Fist of Fury '91 ที่ตั้งชื่อตามหนังคลาสสิคของ บรูซ ลี และเนื่องจากช่วงปี 92 - 94 หนังกำลังภายใน กังฟู มาแรงสุดๆ จากความดังของหลี่เหลียงเจี๋ยทำให ้โจวซิงฉือต้องเล่นหนังแนวหลายเรื่อง ด้วยเช่นกัน แต่หนังกังฟูของโจวซิงฉือ ก็มีเอกลักษณ์อยู่ที่ความตลกตามสไตล์ ช่วยสร้างให้หนังของเค้าแตกต่างไปจากหนังแนวเดียวกันนี้ของคนอื่น หนังกังฟูเรื่องอื่นๆ ของ โจวซิงฉือ ก็เช่น Justice my foot(คนเล็กไม่แกรงใจนรก), King of Beggars(ยาจกซู ไม้เท้ากยาสิทธิ์), Royal Tramp(อุ้ยเสี้ยวป้อ กระบี่ไม่มีคำตอบ) ในปี 1993 โจวซิงฉือได้ร่วมงานกับตู้ฉีฟงเป็นครั้งที่สองหลังจาก Justice my foot ในหนังเรื่อง The Mad Monk ทั้งคู่เกิดขัดแย้งกันเมื่อโจวซืงฉือ สั่งให้มีการตัดแปลง บทโดยพลาการ ถึงหนังจะออกมาใช้ได้แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จทางรายได้เลย ปี 1994 โจวซิงฉือก็กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งเมื่อหนังทั้งสองเรื่องของเค้า Love On A Dilivery และ From Beijing With Love(พยัคฆ์ไม่ร้ายคังคังฉิก) ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเรื่องหลังเป็นการเริ่มงานผู้กำกับของเค้าด้วย ในปี 1995 โจวซิงฉือก็มาถึงจุดสูงสุดในอาชีพด้วยงาน อีพีคยิ่งใหญ่ Chinese Odyssey 95(ไซอิ๋ว 95 เดี๋ยวคนเดี๋ยวลิง) ทั้ง 2 ภาค ที่เป็นการเล่าเรื่องไซอิ๋วแบบใหม่ แทรกธรรมะเข้ากับสไตล์ตลกหยุดโลกของเค้า หนังได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกมากๆ แต่ผลงานอีกสองเรื่องในปี นี้อย่าง Sixty Million Dollar Man(คนไม่ธรรดายืดได้หดได้), Out of the Dark(กึ้ยเฉพาะชั้น 9 ) กลับได้รับความสำเร็จในระดับกลางๆ เท่านั้น ในช่วงปี 1996 - 1999 โจวซิงฉือเริ่มมีงานแสดงน้อยลง ไม่ใช้เพราะเสื่อมความนิยม แต่เค้าเริ่มพยายมจะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่ให้ความสำคัญกับเนื้อหามากขึ้น หนังในช่วงนี้ เริ่มมีการทดลองอะไรใหม่ๆ บางเรื่อง ความตลกขบขัน ลดน้อยลงอย่างได้ชัด งานในช่วงนี้ก็ได้แก่ Forbidden City Cop(สายลับคังคังโป๊ย) , God of Cookery(คนเล็กกุ๊กเทวดา) , King of Comedy(คนเล็กอยากใหญ่) 2001 โจวซิงฉือหายไป 2 ปี บางคนบอกอาจจะหมดยุคของเค้าแล้ว แต่พอกลับมาเรื่องนกเสียงกาเงียบลง เมื่อง Shaolin Soccer(นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่) ถล่มบ็อกออฟฟิส ไม่ใช่เฉพาะของฮ่องกง แต่ทั่วทั้งเอเซีย หนังผสมทั้งความตลกแบบโจวซิงฉือ และเนื้อหาสาระแบบโจวซิงฉือ ยุคใหม่ สร้างเป็นมาสเตอร์พีชของเค้า หนังสามารถคว้า 7 รางวัลตุ๊กทองทั้ง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ส่วนตัวเค้าได้ ผู้กำกับยอดเยี่ยม และนักแสดงนำยอดเยี่ยม มาครอง หลังจากที่โดนเมินมานาน 2004 ไม่ว่า The Kung Fu Hustle จะออกมาเป็นอย่างไง ชื่อของโจวซิงฉือ ก็ไม่ต้องการพิสูจน์อีกต่อไปแล้ว บางคนบอกว่าเค้าคือ ชาลี แลปปลิน แห่งเอเชีย แต่ผมไม่ใช่หรอกเพราะ เค้าคือ โจวซือฉือ ราชาหนังตลก ที่ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร
ผลงานเด่นๆ ของโจวซิงฉือ
ภาพและข้อมูลจาก http://www.chowsingchi.sphosting.com, http://www.lovehkfilm.com |
|