หน้าแรก/สภาพทั่วไป/รายนามข้าราชการตำรวจ/งานอำนวยการ/งานสอบสวน/งานสืบสวน/งานป้องกันปราบปราม/งานจราจร/ผลงาน/แจ้งเบาะแส

คู่มือประชาชน

1.เกณฑ์การตีราคาประกันตัวผู้ต้องหา

2.คำแนะนำในการติดต่อราชการ

3.กฏหมายที่ประชาชนควรรู้

เกณฑ์การตีราคาประกันตัวผู้ต้องหา

ประมวลกฎหมายอาญา
ความผิด พ.ร.บ. อื่นๆ
ความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด
 
เกณฑ์การตีราคาประกันตัวผู้ต้องหา
1. ประมวลกฎหมายอาญา
ตีราคาประมาณ
1.1 ความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน
5,000 บาท
1.2 ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน
10,000 บาท
1.3 ความผิดฐานติดสินบนเจ้าพนักงาน
70,000 บาท
1.4 ความผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
50,000 บาท
1.5 ความผิดฐานแจ้งความเท็จ
40,000 บาท
1.6 ความผิดฐานขัดหมายศาล
2,000 บาท
  1.7 ความผิดฐานซ่องโจร
5,000 บาท
  1.8 ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร
  . . . . . . . - เอกสารธรรมดา หรือเอกสารสิทธิ
50,000 บาท
  . . . . . . . - เอกสารราชการ
60,000 บาท
  . . . . . . . - เอกสารสิทธิซึ่งเป็นเอกสารราชการ
80,000 บาท
  1.9 ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา, เป็นธุระจัดหาล่อลวงหญิง
80,000 บาท
  1.10 ความผิดฐานอนาจาร
50,000 บาท
  1.11 ความผิดฐานพรากผู้เยาว์
50,000 บาท
  1.12 ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น
. . . . .จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ
10,000 บาท
  1.13 ความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส
60,000 บาท
  1.14 ความผิดฐานพยายามฆ่า
100,000 บาท
  1.15 ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น
300,000 บาท
  1.16 ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา
150,000 บาท
  1.17 ความผิดฐานกระทำโดยประมาท
. . . . .เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
100,000 บาท
  1.18 ความผิดฐานกระทำโดยประมาท
. . . . .เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส
30,000 บาท
  1.19 ความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น
5,000 บาท
  1.20 ความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดา, ฉ้อโกงธรรมดา หรือยักยอกทรัพย์
10,000 บาท
  1.21 ความผิดฐานลักทรัพย์
  . . . . . . . . . - ลักทรัพย์ในกรณีเหตุอุกฉกรรจ์
50,000 บาท
  . . . . . . . . . - ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ
60,000 บาท
  1.22 ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
50,000 บาท
  1.23 ความผิดฐานรับของโจร
40,000 บาท
  1.24 ความผิดฐานรีดเอาทรัพย์
60,000 บาท
  1.25 ความผิดฐานชิงทรัพย์
80,000 บาท
  1.26 ความผิดฐานปล้นทรัพย์
150,000 บาท
  1.27 ความผิดฐานวางเพลิง
200,000 บาท
  1.28 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
100,000 บาท
  1.29 ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์
70,000 บาท
  1.30 ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
50,000 บาท
  1.31 ความผิดฐานบุกรุก
30,000 บาท
Back to TOP
เกณฑ์การตีราคาประกันตัวผู้ต้องหา
2. ความผิด พ.ร.บ. อื่นๆ
ตีราคาประมาณ
  2.1 ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจร ฐานประมาทเป็นเหตุให้คนตาย
  . . . . . . . . - ถ้าเป็นรถส่วนบุคคล
50,000 บาท
  . . . . . . . . - ถ้าเป็นรถรับจ้าง
60,000 บาท
  . . . . . . . . - ถ้ามีพฤติการณ์จะหลบหนี
80,000 บาท
  2.2 ความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน
  . . . . . . . . - มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด
. . . . . . . . . ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครอง
100,000 บาท
  . . . . . . . . - มีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ครอบครอง
20,000 บาท
  . . . . . . . . - มีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ครอบครอง
10,000 บาท
  . . . . . . . . - มีกระสุนปืนจำนวนเล็กน้อยไว้ครอบครอง
3,000 บาท
  . . . . . . . . - พกพาอาวุธปืนมีทะเบียน หรือมีและพกพา
20,000 บาท
  . . . . . . . . - ยิงปืน หรือทำปืนลั่นโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นตาย
50,000 บาท
  2.3 ความผิดตาม พ.ร.บ. การพนัน
  . . . . . . . . - ผู้เล่นการพนันตามบัญชี ก.
5,000 บาท
  . . . . . . . . - ผู้เล่นการพนันตามบัญชี ข.
2,000 บาท
  . . . . . . . . - เจ้ามือ หรือเจ้าของบ้าน(บ่อน) ผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ตามบัญชี ก.
50,000 บาท
  . . . . . . . . - เจ้ามือ หรือเจ้าของบ้านผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ตามบัญชี ก.
30,000 บาท
  . . . . . . . . - เจ้ามือ หรือเจ้าของบ้านผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ตามบัญชี ข.
5,000 บาท
  2.4 ความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี
  . . . . . . . . - เข้าติดต่อชักชวน, มั่วสุม, โฆษณาหรือแนะนำ เพื่อการค้าประเวณี
20,000 บาท
  . . . . . . . . - เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปซึ่งบุคคล เพื่อให้บุคคลนั้น
. . . . . . . . - กระทำการค้าประเวณี
100,000 บาท
  . . . . . . . . - สนับสนุนให้การเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด
. . . . . . . . - เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี
100,000 บาท
  . . . . . . . . - เป็นเจ้าของ, เป็นผู้ดูแล, เป็นผู้จัดการ กิจการค้าประเวณี
. . . . . .. . . .หรือสถานการค้าประเวณี
150,000 บาท
  . . . . . . . . - เป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี
60,000 บาท
  . . . . . . . . - หน่วงเหนี่ยวกักขัง
40,000 บาท
  2.5 ความผิดตาม พ.ร.บ. สถานบริการ
  . . . . . . . . - ผู้ได้รับอนุญาต หรือผู้จัดการ กระทำความผิด
20,000 บาท
  . . . . . . . . - หญิงบริการกระทำความผิดอีก
5,000 บาท
  2.6 ความผิดตาม พ.ร.บ. ค้ากำไรเกินควร
100,000 บาท
  2.7 ความผิดตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์
40,000 บาท
  2.8 ความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร
10,000 บาท
  2.9 ความผิดตาม พ.ร.บ. ชั่ง ตวง วัด
10,000 บาท
  2.10 ความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
  . . . . . . . . - ตีราคาประกัน 1 ใน 3 ของจำนวนเงินตามเช็ค
. . . . . . . . - แต่ไม่เกินจำนวนเงินตามเช็ค
Back to TOP
เกณฑ์การตีราคาประกันตัวผู้ต้องหา
ความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด
ตีราคาประมาณ
  - มีกัญชาจำนวนเล็กน้อย ไม่เกิน 20 กรัม ไว้ในครอบครอง
2,000 บาท
  - จำหน่ายกัญชา หรือมีกัญชาไว้เพื่อจำหน่าย
20,000 บาท
  - มีเฮโรอีนเล็กน้อย จำนวนไม่เกิน 1 กรัม ไว้ในครอบครอง
30,000 บาท
  - จำหน่ายเฮโรอีน จำนวนไม่เกิน 1 กรัม
50,000 บาท
  - จำหน่ายเฮโรอีน จำนวน 1 - 5 กรัม
100,000 บาท
  - จำหน่ายเฮโรอีน จำนวน 1 - 10 กรัม
300,000 บาท
  - มีฝิ่นไว้ในครอบครอง หรือจำหน่าย
. .ตีราคาเช่นเดียวกับมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง หรือจำหน่าย
  - มียาบ้าไว้ในครอบครอง ไม่เกิน 2 เม็ด
20,000 บาท
  - มียาบ้าไว้ในครอบครอง เกิน 2 เม็ด แต่ไม่เกิน 10 เม็ด
50,000 บาท
  - จำหน่ายยาบ้า หรือมียาบ้าไว้เพื่อจำหน่าย
300,000 บาท
 

* * * ความผิดที่โทษทางอาญาอื่นๆ นอกจากที่ระบุไว้นี้ ให้พิจารณาจากอัตราโทษขั้นสูง
โดยเทียบอัตราโทษจำคุก 1 ปี ต่อเงินสด 20,000 บาท
หากมีโทษทั้งจำและปรับ ให้คำนวณเปรียบเทียบกันระหว่างโทษจำและโทษปรับ
แล้วใช้อัตราที่มากกว่าเป็นเกณฑ์ และหากใช้หลักทรัพย์ประกันตัว
ให้เพิ่มราคาประกันเป็น 2 เท่า ของเงินสด

*** อ้างถึง : ตามหนังสือ ภ.5 ที่ 0016.132/5753 เรื่องการปฏิบัติในการปล่อยชั่วคราว
และกำหนดเงินที่จะระบุไว้ในสัญญาประกัน (ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2541)
Back to TOP
 


คำแนะนำต่างๆ ในการไปติดต่อกับสถานีตำรวจ
คำแนะนำในการไปติดต่อสถานีตำรวจ การแจ้งความต่างๆ การประกันตัวผู้ต้องหา การขออนุญาตต่างๆ
คำแนะนำในการไปติดต่อสถานีตำรวจ
แจ้งความบัตรประจำตัวประชาชนหาย
แจ้งความเอกสารสำคัญหาย
แจ้งความคนหาย
แจ้งความรถและเรือหาย
แจ้งความอาวุธปืนหาย
แจ้งความทรัพย์สินหาย
แจ้งความพรากผู้เยาว์
แจ้งความถูกข่มขืนกระทำชำเรา
แจ้งความถูกทำร้ายร่างกายและเหตุฆ่าคนตาย
แจ้งความถูกปลอมแปลงเอกสาร
แจ้งความถูกฉ้อโกงทรัพย์
แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์
แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์เกี่ยวกับการเช่าซื้อ
แจ้งความทำให้เสียทรัพย์
แจ้งความจ่ายเช็คโดยไม่มีเงิน
การประกันตัวผู้ต้องหา
การใช้บุคคลเป็นประกัน
การขอถอนหลักทรัพย์
การขออนุญาตต่างๆ
  คำแนะนำในการไปติดต่อสถานีตำรวจ
    เพื่อความสะดวกรวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ
เมื่อท่านไปติดต่อที่ สถานีตำรวจ ท่านควรเตรียมเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นติดตัวไปด้วยคือ
1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือ ใบแทนฯ หรือ
2. บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ
3. ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือ
4. หนังสือเดินทาง (PASSPORT) สำหรับชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาภายในประเทศ
5. สำเนาทะเบียนบ้าน
6. ในกรณีที่ท่านจะไปร้องทุกข์ (แจ้งความ) โดยเป็นตัวแทนของผู้อื่นให้นำ หลักฐานต่างๆ ดังนี้ ติดตัวไปด้วย
6.1 ใบสำคัญแสดงการเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์
6.2 ใบสำคัญแสดงการเป็นผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถ (ตามคำสั่งศาล)
6.3 ในกรณีที่ผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้ ให้ท่าน นำหลักฐานซึ่งแสดงว่าท่านเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานหรือสามีภรรยา (ซึ่งได้จดทะเบียนบ้าน,สูติบัตร,ใบทะเบียนสมรส ฯลฯ) มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
6.4 ใบสำคัญแสดงการอนุญาตของสามีและภรรยาแล้วแต่กรณี ให้ร้องทุกข์แทนหรือ เป็นตัวแทนโดยสมบูรณ์
6.5 ในกรณีที่เป็นผู้แทนของนิติบุคคลให้นำ
(1) หนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลเป็นหลักฐานทั้งติดอากรแสดมป์ 5 บาท
(2) หนังสือรับรองนิติบุคคลนั้นของกระทรวงพาณิชย์
Back to TOP
  แจ้งความบัตรประจำตัวประชาชนหาย
    กรุงเทพมหานคร : แจ้งที่สถานีตำรวจ
ต่างจังหวัด : สามารถแจ้งความได้ที่ ที่ว่าการอำเภอ/กิ่งอำเภอ หรือสถานีตำรวจก็ได้
อายุของบัตร :
กำหนดให้ใช้ได้ 6 ปี เมื่อถึงกำหนดสิ้นอายุบัตร ต้องไปติดต่อขอทำบัตรใหม่ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่บัตรหมดอายุ เว้นแต่บัตรที่ยังไม่หมดอายุ ในวันที่ ผู้ถือบัตรมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ บัตรนั้นสามารถใช้ได้ต่อไปตลอดชีวิต
ความผิด :
- ผู้ถือบัตรผู้ใดไม่อาจแสดงบัตรได้ เมื่อเจ้าพนักงานตรวจบัตรขอตรวจมีโทษ ปรับไม่เกิน 100 บาท
- ไม่ยื่นคำขอมีบัตรภายในกำหนดเวลามีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
- บัตรหมดอายุไม่ต่อบัตรภายในกำหนด หรือบัตรหายแล้วไม่ขอมีบัตรใหม่ ภายในกำหนดมีโทษปรับ ไม่เกิน 200 บาท
- ผู้ไม่มีสัญชาติไทย ผู้ใดยื่นคำขอมีบัตรโดยแจ้งข้อความหรือ แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็น ผู้มีสัญชาติไทยหรือใช้บัตรซึ่งตนหมดสิทธิ์ใช้ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปีและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาท ถึงหนึ่งแสนบาท
Back to TOP
  แจ้งความเอกสารสำคัญหาย
    เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์, จักรยานยนต์, โฉนดที่ดิน,ใบสำคัญประจำตัวต่างด้าว ฯลฯ
มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
1. ยื่นคำร้องแจ้งว่าเอกสารดังกล่าวหาย ต่อสถานีตำรวจท้องที่ที่หาย
2. เจ้าพนักงานตำรวจจะทำการสอบสวนว่าหายจริงหรือไม่ แล้วลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
3. เจ้าพนักงานตำรวจจะออกหลักฐานยืนยันไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป
Back to TOP
  แจ้งความคนหาย
    หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. บัตรประจำตัวผู้หาย (ถ้ามี)
2. ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) ผู้หาย
3. ภาพถ่ายคนหาย (เป็นภาพถ่ายที่ใหม่ที่สุด)
4. ใบสำคัญทางราชการ เช่น ใบเกิด,ใบสำคัญทหาร (ใบกองเกิน, กองหนุน)
Back to TOP
  แจ้งความรถ และเรือหาย
    หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. ใบทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ หรือ พาหนะอื่นๆ ที่หาย
2. ใบรับเงินหรือสัญญาซื้อขายเท่าที่มี
3. ถ้าเป็นตัวแทนห้างร้าน บริษัท ไปแจ้งความควรมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของหรือผู้จัดการของ ห้างร้าน บริษัทนั้นๆ ไป รวมทั้งหนังสือรับรองบริษัทด้วย
4. หนังสือเกี่ยวกับการติดต่อหรือเอกสารที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานด้ (ถ้ามี)
5. หนังสือคู่มือประจำตัวรถที่ทางบริษัทห้างร้านจ่ายให้เป็นคู่มือถ้าไม่มีหนังสือคู่มือรถ ให้จำยี่ห้อ สี แบบ หมายเลขประจำวัน เครื่องและตัวรถไปด้วย (ถ้ามี)
Back to TOP
  แจ้งความอาวุธปืนหาย
    หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. ทะเบียนใบอนุญาตอาวุธปืน
2. ใบเสร็จรับเงินที่บริษัทห้างร้ายขายปืนออกให้
Back to TOP
  แจ้งความทรัพย์สินหาย
    หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. ใบเสร็จรับเงินซื้อขาย หรือหลักฐานการแสดงการซื้อขาย ทรัพย์สินนั้น
2. รูปพรรณทรัพย์สินนั้นๆ (ถ้ามี)
3. ตำหนิหรือลักษณะพิเศษต่างๆ
4. เอกสารสำคัญต่างๆ เท่าที่มี
5. ในกรณีลักทรัพย์ในบ้านเรือน หรือสำนักงานให้รักษาร่อง รอยหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้าไปแตะต้อง หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของในที่เกิดเหตุจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะไปถึง
Back to TOP
  แจ้งความพรากผู้เยาว์
    หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) ของผู้เยาว์
2. รูปพรรณทรัพย์สินนั้นๆ (ถ้ามี)
3. ตำหนิหรือลักษณะพิเศษต่างๆ
4. ใบสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับผู้เยาว์ (ถ้ามี)
Back to TOP
  แจ้งความถูกข่มขืนกระทำชำเรา
  หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. เสื้อผ้าของผู้ที่ถูกข่มขืนฯ ซึ่งมีคราบอสุจิ หรือรอยเปื้อน อย่างอื่นอันเกิดจากการข่มขืนและสิ่งของต่างๆของ ผู้ต้องหาที่ตกอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ
2. ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) ของผู้เสียหาย
3. รูปถ่าย หรือที่อยู่ของผู้ต้องสงสัยตลอดจนหลักฐานอื่นๆ
Back to TOP
แจ้งความถูกทำร้ายร่างกายและเหตุฆ่าคนตาย
ควรดำเนินการดังนี้
1. ให้ดูแลรักษาสถานที่เกิดเหตุไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้าไปแตะต้อง หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ในที่เกิดเหตุ จนกว่าเจ้าพนักงาน ตำรวจจะไปถึงที่เกิดเหตุ
2. เมื่อพบ มีด ไม้ ปืน ของมีคม หรืออาวุธที่คนร้ายทิ้งไว้ ในสถานที่เกิดเหตุ ตลอดจนพยานหลักฐานต่างๆ ที่ตกอยู่ใน ที่เกิดเหตุ หากปล่อยทิ้งไว้จะสูญหายหรือเสียหาย ให้นำมา มอบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
3. รายละเอียดเท่าที่สามารถบอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบ
Back to TOP
แจ้งความถูกปลอมแปลงเอกสาร
หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. ใบสำคัญตัวจริง เช่น โฉนด แบบ น.ส.3 แบบ ส.ค. 1 หนังสือสัญญา ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น
2. หนังสือที่ปลอมแปลง
3. ตัวอย่างตราที่ใช้ประทับหรือลายเซ็นในหนังสือ
Back to TOP
แจ้งความถูกฉ้อโกงทรัพย์
หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. หนังสือหรือหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการถูกฉ้อโกง
2. หนังสือแสดงการเป็นผู้ครอบครองทรัพย์
3. หนังสือหรือหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์
Back to TOP
แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์
หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. หนังสือสำคัญที่เป็นหลักฐานว่าได้มีการมอบหมายทรัพย์ให้ไป จัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง
2. ใบสำคัญแสดงการเป็นเจ้าของ
3. สำเนาหรือคำสั่งศาล หรือพินัยกรรมในกรณีผู้กระทำผิดเป็น ผู้จัดการทรัพย์สินผู้อื่นตามคำสั่งของศาลหรือพินัยกรรม
Back to TOP
แจ้งความยักยอกทรัพย์เกี่ยวกับการเช่าซื้อ
หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. สัญญาใบเช่าซื้อหรือสำเนา
2. ใบสำคัญติดต่อซื้อ ขาย เช่า ยืมหรือฝาก
3. ใบสำคัญที่บริษัทห้างร้านออกให้โดยระบุรูปพรรณ ยี่ห้อ สี ขนาด น้ำหนักและเลขหมายประจำตัว
Back to TOP
แจ้งความทำให้เสียทรัพย์
หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. หลักฐานต่างๆ แสดงการเป็นเจ้าของหรือครอบครองทรัพย์นั้น
2. หลักฐานหรือสิ่งของที่เสียหายเท่าที่มีหรือเท่าที่นำไปได้
3. หากเป็นของใหญ่โต หรือทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ซึ่งไม่สามารถ นำติดตัวไปได้ ให้เก็บรักษาไว้อย่าให้เกิดการเสียหายมาขึ้นกว่าเดิม หรือจัดให้คนเฝ้ารักษาไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป
Back to TOP
แจ้งความจ่ายเช็คโดยไม่มีเงิน
หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
1. เช็คที่ยึดไว้
2. หนังสือที่ธนาคารแจ้งขัดข้องหรือปฎิเสธการจ่ายเงิน
Back to TOP
การประกันตัวผู้ต้องหา
ในกรณีที่ท่านต้องการประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในชั้นสอบสวน ท่านควรมีหลักฐานต่างๆ ดังต่อไปนี้ติดตัวไปด้วย คือ
1.) บัตรประจำตัวประชาชน
2.) หลักทรัพย์ที่จะใช้เป็นหลักประกัน ได้แก่
2.1 เงินสด (เงินตราของรัฐบาลไทยเท่านั้น)
2.2 โฉนดที่ดินซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาแล้วหรือ พนักงานสอบสวนเชื่อว่าที่ดินมีราคาไม่น้อยกว่าสองเท่าของ จำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน
2.3 หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก ) ซึ่ง เจ้าพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาแล้ว หรือพนักงานสอบสวน เชื่อว่าที่ดินมีราคาไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนเงินที่ไว้ใน สัญญาประกัน
2.4 พันธบัตรรัฐบาล
2.5 สลากออมสินและสมุดฝากเงินธนาคารประเภทประจำ
2.6 ใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร
2.7 ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่าย และธนาคารผู้จ่าย ได้รับรองตลอดไปแล้ว
2.8 ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่าย และธนาคารผู้จ่าย ได้รับรองตลอดไปแล้ว
2.9 เช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายหรือรับรอง
2.10 หนังสือรับรองของธนาคาร เพื่อชำระเบี้ยปรับแทนใน กรณีที่ผิดสัญญาประกัน
3.) ในกรณีที่ผู้ยื่นขอประกันมีครอบครัวแล้วจะต้องทำหนังสือแสดง การอนุญาตจากสามีหรือภรรยาแล้วแต่กรณีไปด้วย วิธีการปฏิบัติ
3.1 ให้ผู้ที่จะมาขอประกันตัวผู้ต้องหา พบและยื่นคำร้องต่อ พนักงานสอบสวนที่จะปฎิบัติหน้าที่อยู่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของคดี หรือไม่ก็ตาม
3.2 หากไม่อาจเขียนคำร้องประกันได้เอง ให้ร้องขอต่อพนักงาน สอบสวนเพื่อสั่งเจ้าหน้าที่ช่วยเขียนคำร้องให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใดๆ
3.3 เมื่อพนักงานสอบสวนรับคำร้องแล้ว ให้ขอหลักฐานการรับสัญญา ประกันซึ่ง ต้องลงเวลารับคำร้องไว้ด้วย
3.4 เจ้าพนักงานจะพิจารณา แจ้งผลการสั่งคำร้องให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่ เวลาที่รับคำร้อง
3.5 หากไม่ได้รับความสะดวกหรือล่าช้า ให้รีบเข้าพบแจ้งต่อสารวัตร หรือสารวัตร หัวหน้างานคนใดคนหนึ่งทราบทันที
3.6 ในการยื่นและขอประกันตัวผู้ต้องหานี้ เป็นดุลยพินิจของเจ้าพนัก งานตำรวจที่ จะให้ประกันหรือไม่ให้ประกันก็ได้โดยจะพิจารณาถึง
3.6.1 ความหนักเบาแห่งข้อหา
3.6.2 พยานหลักฐานที่สอบสวนไปแล้วมีเพียงใด
3.6.3 พฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีเป็นอย่างใด
3.6.4 เชื่อถือผู้ร้องขอประกันได้เพียงใด
3.6.5 ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราว มีเพียงใด หรือไม่ ผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีหรือไม่
3.7 หากพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวไปได้ ก็จะนำ สัญญาประกันและผู้ยื่นประกันลงบันทึกประจำวันไว้เป็น หลักฐาน
3.8 หากเจ้าพนักงานตำรวจไม่อนุญาตให้ประกัน อันสืบเนื่องจากเหตุใน ข้อ 3.6 ก็จะแจ้งให้นายประกันทราบและคืนหลักทรัพย์ไป
Back to TOP
  การใช้บุคคลเป็นประกัน
คำสั่งกรมตำรวจ ที่ 622/2536 ลงวันที่ 15 เมษายน 2536 เรื่อง
การใช้บุคคลเป็นประกัน หรือหลักประกันในการปล่อยชั่วคราว กระทรวงมหาดไทยและกรมตำรวจ มีนโยบายอำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการใช้บุคคลเป็นประกันหรือ หลักประกันในการปล่อยชั่วคราวตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 110 และมาตรา 114 วรรคสอง
บุคคล ( 1 )
- ข้าราชการพลเรือนระดับ 3 ถึง 5 หรือข้าราชการอื่นที่เทียบเท่า
- ข้าราชการทหารหรือตำรวจที่มียศ ตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี หรือร้อยตำรวจตรีถึงพันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรีหรือพันตำรวจตรี
- ข้าราชการบำนาญตั้งแต่ระดับ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
- พนักงานรัฐวิสาหกิจในระดับเดียว กับข้าราชการประจำ
-สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร กรรมการสุขาภิบาล กำนันและผู้ใหญ่บ้าน
วงเงินประกัน
ทำสัญญาประกันผู้อื่นหรือตนเอง ได้ในวงเงินไม่เกินหกหมื่นบาท
บุคคล ( 2 )
- ข้าราชการพลเรือนระดับ 6 ถึง 8 หรือข้าราชการอื่นที่เทียบเท่า
- ข้าราชการทหารหรือตำรวจที่มียศ ตั้งแต่พันโท นาวาโท นาวาอากาศโท หรือพันตำรวจโทถึงพันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอกหรือพันตำรวจเอก
- ข้าราชการตุลาการหรืออัยการตั้งแต่ ชั้น 1 ถึง 2
- พนักงานรัฐวิสาหกิจในระดับเดียว กับข้าราชการประจำ
วงเงินประกัน
ทำสัญญาประกันผู้อื่นหรือตนเอง ได้ในวงเงินไม่เกินสองแสนบาท
บุคคล ( 3 )
-ข้าราชการพลเรือนระดับ 9 ถึง 10 หรือข้าราชการอื่นที่เทียบเท่า
- ข้าราชการทหารหรือตำรวจที่มียศ ตั้งแต่พันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอกหรือ พันตำรวจเอกที่ได้รับ อัตราเงินเดือนพันเอก(พิเศษ) นาวาเอก(พิเศษ) นาวาอากาศเอก- (พิเศษ)หรือพันตำรวจเอก(พิเศษ) - ถึงพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี หรือพลตำรวจตรี
-ข้าราชการตุลาการหรืออัยการตั้งแต่ ชั้น 3 ถึง 4
- พนักงานรัฐวิสาหกิจในระดับเดียว กับข้าราชการประจำ
วงเงินประกัน
ทำสัญญาประกันผู้อื่นหรือตนเอง ได้ในวงเงินไม่เกินห้าแสนบาท
บุคคล ( 4 )
- ข้าราชการพลเรือนระดับ 11 หรือข้าราชการอื่นที่เทียบเท่า
- ข้าราชการทหารหรือตำรวจที่มียศ ตั้งแต่พลโท พลเรือโท พลอากาศโท หรือพลตำรวจโท
- ข้าราชการตุลาการหรืออัยการตั้งแต่ ชั้น 5 ขึ้นไป
- พนักงานรัฐวิสาหกิจในระดับเดียว กับข้าราชการประจำ
- สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการการเมือง หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
วงเงินประกัน
ทำสัญญาประกันผู้อื่นหรือตนเอง ได้ในวงเงินไม่เกินหนึ่งล้านบาท
ให้ผู้ที่ขอทำสัญญาประกันแสดงบัตรประจำตัวต่อพนักงานสอบสวน ผู้รับผิดชอบ พิจารณาอนุญาตโดยไม่ชักช้า
ในกรณีจำเป็นเพื่อทราบเกี่ยวกับสถานะ ระดับ อัตราเงินเดือนหรือ ภาระผูกพัน อื่นใด อาจให้ผู้ยื่นประกันแสดงหนังสือรับรองจาก ต้นสังกัดและภาระผูกพันนั้น ภายในห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้ รับอนุญาตให้ประกัน
กรณีบุคคลใดได้ทำสัญญาประกันผู้อื่นหรือตนเองไว้ แต่หลัก ประกันยังไม่เป็นการ เพียงพอ ให้ใช้บุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติตาม ที่กำหนดไว้หรือใช้หลักทรัพย์อื่นเป็นหลักประกันเพิ่มเติมได้
Back to TOP
  การขอถอนหลักทรัพย์
    นายประกันจะต้องนำใบเสร็จรับเงินหรือสำเนาสัญญาประกันตัว ผู้ต้องหามาตรวจสอบผลคดีเสียก่อน ถ้าผลคดีเสร็จสิ้นก็มอบให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการถอนโดยนำบัตร ประจำตัวประชาชนของนายประกันมาแสดงด้วย กรณีนายประกันไม่สามารถมาขอถอนหรือรับหลักฐานด้วยตนเอง ได้ ก็ให้ทำใบมอบฉันทะแล้ว นำมาแสดงด้วยเพื่อเป็นหลักฐาน
* หมายเหตุ :
เพื่อความสะดวกในการติดต่อราชการกับหน่วยราชการต่างๆท่าน ควรมีหลักฐานดังต่อไปนี้ ติดประจำตัวไว้เสมอ คือ
(1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
(2) สำเนาทะเบียนบ้าน
Back to TOP
  การขออนุญาตต่างๆ
  เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขออนุญาตต่างๆ จึงได้ จัดทำเอกสารแนะนำดังต่อไปนี้

1. การขออนุญาตแสดงมหรสพชั่วคราว
กรุงเทพมหานคร :
ยื่นคำร้องต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ เป็นผู้พิจารณาอนุญาต
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ นายอำเภอเป็นผู้อนุญาต
- เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ทางอำเภอจะแจ้งให้ตำรวจท้องที่ทราบ
- ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่
- ต้องขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงด้วย (ถ้ามี)
- เลิกแสดงมหรสพเวลา 24.00 น.

2. การขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง
กรุงเทพมหานคร :
- ยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเขต
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ แล้วนำคำร้องมายื่นต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับท้องที่เพื่อพิจารณา มีความเห็นก่อนแล้วนำกลับไปยังเขตหรืออำเภอเพื่ออนุญาตต่อไป

3. การขออนุญาตจุดดอกไม้เพลิง
กรุงเทพมหานคร :
- ยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่เพื่อเสนอเรื่อง ตามลำดับชั้นให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นผู้พิจารณาอนุญาต
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่

4. การขออนุญาตแสดงมหรสพงิ้ว
กรุงเทพมหานคร :
- ยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่ พร้อมบทประพันธ์ และคำแปลภาษาไทย, รายชื่อผู้แสดง แผนผังสถานที่และคำยินยอมของเจ้าของสถานที่
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ พร้อมบทประพันธ์และคำแปลภาษาไทย, รายชื่อผู้แสดง แผนผังสถานที่และคำยินยอมของเจ้าของสถานที่ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

5. การขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน
กรุงเทพมหานคร :
- ยื่นคำร้องต่อแผนกอาวุธปืน กองทะเบียน กรมตำรวจ
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่

6. การขออนุญาตพกอาวุธปืนติดตัว
- ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ ทางอำเภอยื่นเรื่องราว ต่อไปยังจังหวัด ในเขตจังหวัดผู้ว่าราชการเป็นผู้อนุญาต หากทั่วราชอาณาจักร อธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้อนุญาตโดยยื่น ผ่านกองทะเบียนกรมตำรวจ (เป็นข้าราชการต้องมีคำรับรอง ความประพฤติและความจำเป็นจากผู้บังคับบัญชาส่วนนอก นั้น ต้องมีคำรับรองจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน)

7. การขอรับโอนมรดกอาวุธปืน
- ปฏิบัติเช่นเดียวกับการขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน
- ใบมรณบัตรของผู้ตาย
- หนังสือพินัยกรรมของผู้ตาย หรือคำสั่งของศาลให้เป็นผู้จัดการมรดก (ถ้ามี)
- ต้องแจ้งขอรับโอนภายใน 15 วันนับแต่วันรับมรดก

8. การขออนุญาตเล่นการพนันประเภทต่างๆได้แก่
การพนันไพ่ต่างๆ, ชกมวย, วัวลาน, และสะบ้าบ่อน
กรุงเทพมหานคร :
- ยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ นายอำเภอเป็นผู้อนุญาต แผนผังบริเวณบ้านที่เล่นการพนัน

9. การขออนุญาตฆ่าสุกร วัว ควาย
กรุงเทพมหานคร :
- ยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเขต
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอหรือประธานกรรมการสุขาภิบาล

10. การขออนุญาตตั้งสมาคม
กรุงเทพมหานคร :
- ยื่นคำร้องที่สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จากนั้นเรื่องจะส่งต่อไปที่แผนก 5 กองกำกับการ 3 กองบังคับการ ตำรวจสันติบาล 2 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (อาคาร 20 ภายในบริเวณกรมตำรวจ)
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ เรื่องจะส่ง ต่อไปยังจังหวัด จากนั้นจะส่งไปสภาวัฒธรรม แห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้พิจารณา

11. การขออนุญาตทำหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (พาสปอร์ต)
กรุงเทพมหานคร :
- ยื่นคำร้องต่อกองหนังสือเดินทางกระทรวงต่างประเทศ และสาขาย่อยรังสิต โทร 531 - 8441
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่แล้วจังหวัด ส่งต่อไปยังกระทรวง การต่างประเทศพิจารณา

12. การขอนุญาตเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
กรุงเทพมหานคร :
- ยื่นคำร้องต่อสถานีตำรวจท้องที่
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่ออุตสาหกรรมจังหวัด

13. การขออนุญาตขับขี่รถยนตร์และรถจักรยานยนตร์
กรุงเทพมหานคร :
- ยื่นคำร้องต่อกรมการขนส่งทางบกของแต่ละเขต
ต่างจังหวัด :
- ยื่นคำร้องต่อกรมการขนส่งจังหวัด
 
Back to TOP
   


กฎหมายที่ประชาชนควรรู้
ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ประชาชนทั่วไปจะต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายอย่างเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นประชาชนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายอย่างที่ควรทราบ
เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาสิทธิ ตลอดจนผลประโยชน์ที่ประชาชนควรจะได้รับ
ขอแนะนำข้อกฎหมายที่ประชาชนควรทราบดังนี้
การทะเบียนราษฎร์
บัตรประจำตัวประชาชน
การรับราชการทหาร
การรักษาความสะอาด
การเรื่ยไร
หนังสือมอบอำนาจ
เอกเทศสัญญา
กฎหมายที่ดิน
อาวุธปืน
.
  การทะเบียนราษฎร์
   
  • บุตรเกิด ถ้าเกิดในบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าเกิดนอกบ้าน ให้มารดาแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิด
  • ชื่อบุตร ให้เจ้าบ้าน บิดา หรือมารดาแล้วแต่กรณี แจ้งชื่อบุตรพร้อมกับการแจ้งเกิด ถ้าจะเปลี่ยนชื่อให้แจ้งภายใน 6 เดือนนับแต่วันแจ้งชื่อครั้งแรก
  • ย้ายบ้าน ให้ผู้ย้ายหรือผู้ที่เจ้าบ้านมอบอำนาจแจ้งออกจากบ้านเดิมภายใน 15 วัน และเมื่อไปดยู่บ้านใหม่ให้แจ้งภายใน 15 วันเช่นกัน
  • คนตาย ถ้าในบ้านให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าตายนอกบ้านให้ผู้ที่ไปกับผู้ตาย หรือผู้ที่พบศพเป็นผู้แจ้ง ภายใน 24 ช.ม. นับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ แจ้งที่ไหน กรณีบุตรเกิด ตั้งชื่อบุตร ย้ายบ้านหรือคนตาย ให้แจ้งดังนี้
  • ในเขตเทศบาล : ให้แจ้งที่สำนักงานท้องถิ่นซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเทศบาล
  • นอกเขตเทศบาล : ให้แจ้งที่สำนักทะเบียนตำบล (บ้านกำนัน) หรือสำนักทะเบียนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง (เช่น เขตกรมทหาร) ความผิด
  • ถ้าไม่แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
  • ถ้าไม่แจ้งการตายภายในเวลามีความผิดตามกฎหมย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
Back to TOP
  บัตรประจำตัวประชาชน
   
  • คนไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจนถึง 70 ปี บริบูรณ์ ต้องไปขอทำบัตรที่อำเภอหรือที่ว่าการเขตภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่อายูครบ 15 ปีบริบูรณ์
  • บัตรประจำตัวประชาชนชำรุดหรือสูญหาย ต้องยื่นคำร้องขอมีบัตรใหม่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่บัตรเดิมชำรุดหรือสูญหาย (ต้องไปแจ้งบัตรหายที่สถานีตำรวจ)
  • อายุของบัตร กำหนดใช้ได้ 6 ปี เมื่อถึงกำหนดสิ้นอายุบัตรต้องไปติดต่อขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันสิ้นอายุ ณ อำเภอท้องที่ที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ความผิด
  • ผู้ถือบัตรผู้ใดไม่อาจแสดงบัตรได้ในเมื่อเจ้าพนักงานขอตรวจ มีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท
  • ผู้ไม่มีสัญชาติไทยยื่นคำร้องขอมีบัตรโดยแจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าตนมีสัญชาติไทย มีโทษปรับไม่เกิน 2.000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ไม่ยื่นคำร้องขอมีบัตรภายในกำหนดเวลา มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
  • บัตรหมดอายุไม่ต่อบัตรภายในกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
Back to TOP
  การรับราชการทหาร
   
  • กำหนดเวลาแสดงตนลงบัญชีทหารกองเกิน ชายไทยอายุย่างเข้า 18 ปี ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในเดือนพฤศจิกายนของปีที่อายุย่างเข้า 18 ปี
  • สถานที่แสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินคือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหาร
Back to TOP
  การรักษาความสะอาด
   
  • ห้ามขีดเขียน วาดรูปวาดภาพบนรั้วผนังอาคาร ต้นไม้ หรือสิ่งใดใสที่สาธารณะ หรือเห็นได้จากที่สาธารณะนั้น ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
  • ห้ามติดตั้ง ตาก วางหรือแขวนสิ่งใดๆ ในที่สาธารณะหรือมองเห็นได้จากที่สาธารณะดดยไม่บังควรหรือทำให้มองดูแล้วไม่เป็นระเบียบเรัยบร้อย ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับ 200 บาท
  • ห้ามบ้วน สั่งหรือถ่มน้ำลาย น้ำมูก น้ำหมาก เสมหะหรือทิ้งสิ่งใดๆ ลบนท้องถนน พื้นรถ หรือเรือสาธารณะ โรงมหรสพ ร้านค้า หรือที่สาธารณะ ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท
Back to TOP
  การเรื่ยไร
   
  • ผู้ทำการเรี่ยไร ต้องมีใบอนูญาตให้ทำการเรี่ยไรติดตัวและต้องออกใบรับให้ผู้บริจาค
Back to TOP
  หนังสือมอบอำนาจ
   
  • การมอบอำนาจเป็นการตั้งตัวแทนเพื่อทำการสำหรับการมอบอำนาจ ให้กระทำการเกี่ยวกับที่ดินเป็นเรื่องสำคัญ ควรใช้หนังสือมอบอำนาจของกรมที่ดิน
Back to TOP
  เอกเทศสัญญา
   
  • กู้ยืม การกู้ยืมเงินกันเกินกว่าห้าสิบบาท จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่ามีการกู้ยืมเงอนกันจริงและต้องลงลายมือชื่อผู้กู้ด้วย กฎหมายให้คิดอัตรดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 บาทต่อปี
  • การจำนอง คือการกู้ยืมโดยมีทรัพย์สิน เป็นประกันโดยทั่วไปได้แก่ ที่ดิน บ้านพร้อมที่ดิน เรือยนต์ (5 ตันขึ้นไป) สัตว์พาหนะ ได้แก่ ช้าง ม้า วัว ความ หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ซึ่งกฎหมายหากบัญญัติไว้ให้จดทะเบียนเฉพาะกาล โดยทรัพย์ยังอยู่ที่ผู้จำนอง การจำนองต้อวทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
  • เช่าซื้อ ต้องทำเป็นหนังสือและปิดอากรแสตมป์เว้นแต่เช่าซื้อเครื่องมือการเกษตรไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
  • เช่าทรัพย์ เช่าบ้านหรือที่ดินไม่เกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้เช่าแล้ผู้ให้เช่า หากเกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
Back to TOP
  กฎหมายที่ดิน
   
  • เมื่อโฉนดใบจองหรือ นส.3 ชำรุด สูญหายหรือเป็นอันตรายต้องติดต่ออำเภอหรือสำนักงานทะเบียนที่ดิน เพื่อขอออกใบใหม่หรือใบแทน มิฉะนั้นผู้อื่นที่ได้หนังสือสำคัญไปอาจนำไปอ้างสิทธิ ทำให้เจ้าของเดิมเสียประโยชน์ได้
  • ที่ดินมือเปล่า เจ้าของควรดูแลรักษาให้ดี อย่าทอดทิ้งหรือปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า หากมีผู้ครอบครองก็หาทางไล่ออกไปเสีย มิฉะนั้นเจ้าของจะเสียสิทธิไป นอกจากนี้ หากม่ ส.ค.1 ก็ควรหาทางขอ น.ส.3 แล้วต่อไปก็ขอให้มีโฉนดเสียให้เรียบร้อยเพราะทำให้ได้ประโยชน์มากขึ้นและปลอดภัยจากการเสียสิทธิมากขึ้น
  • ที่ดินมีโฉนด อย่าทอดทิ้งหรือปล่อยให้รกร้างหรือให้คนอื่นครอบครองไว้นานๆ อาจเสียสิทธิได้เช่นกัน
  • การทำนิติกรรม ต้องทำให้สมบูรณ์ตามกฎหมายโดยทำที่อำเภอหรือสำนักงานทะเบียนที่ดิน
Back to TOP
  อาวุธปืน
   
  • ผู้ที่ประสงค์จะขอมีอาวุธปืน เพื่อใช้หรือเก็บไว้ป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องขอตามแบบ ป.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่
    • กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ผู้บังคับการกองทะเบียนกรมตำรวจ
    • จังหวัดอื่นๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนท้องที่จังหวัด
  • การแจ้งย้ายอาวุธปืน เมื่อผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนย้ายภูมิลำเนา ต้องแจ้งย้ายอาวุธปืนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันย้าย และถ้าย้ายไปต่างท้องที่ให้แจ้งการย้ายต่อนายทะเบียนท้องที่ใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ย้ายไปถึงอีกด้วย
  • การรับมรดกปืน เป็นหน้าที่ของทายาทหรือผู้ครอบครอง ต้องไปแจ้งการตายต่อนายทะเบียนท้องที่ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันทราบการตายและยื่นคำร้องขอรับมรดกอาวุธปืนนั้นต่อไป
  • ใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุดอ่านไม่ออก ให้ยื่นคำร้องขอรับใบอทนต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบเหตุ
  • อาวุธปืนหายหรือถูกทำลาย ให้เจ้าของแจ้งเหตุพร้อมด้วยหลักฐานและส่งมอบใบอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ตนอยู่หรือนายทะเบียนท้องที่ที่เกิดเหตุภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบเหตุ *ความผิดและโทษของอาวุธปืน
  • มีและพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี ปละปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท
  • พกพาอาวุฑปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้พก เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็ฯเร่งด่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ผู้ใดพกพาอาวุธปืนไปโดยเปิกเผย หรือพาไปที่ชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาทแม้ว่าผู้นั้นจะได้รับอนุญาตพกพาอาวุธปืนหรือกรณีเร่งด่วนก็ตาม
 
Back to TOP
   

 

 

1