พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 * ภูมิพลอดุลยเดช ให้ไว้ ณ วันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2498 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2504 และพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุปัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยวิทยุสื่อสาร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และคำยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498" มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา 3 ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติวิทยุสื่อสาร พุทธศักราช 2478 (2) พระราชบัญญัติวิทยุสื่อสาร (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2481 (3) พระราชบัญญัติวิทยุสื่อสาร (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2483 (4) พระราชบัญญัติวิทยุสื่อสาร (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2485 (5) พระราชบัญญัติวิทยุสื่อสาร (ฉบับที่ 5) พุทธศักราช 2491 (6) พระราชบัญญัติวิทยุสื่อสาร (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2497 (7) บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วใน พระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัด หรือแย้งต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "คลื่นแฮรตเซียน" หมายความว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่ระหว่าง 10 กิโลไซเคิลต่อวินาที และ 3,000,000 เมกกาไซเคิลต่อวินาที "วิทยุคมนาคม" หมายความว่า การส่งหรือการรับเครื่องหมายสัญญาณ ตัวหนังสือ ภาพ และ เสียงหรือการอื่นใด ซึ่งสามารถให้เข้าในความหมายได้ด้วยคลื่นแฮรตเซียน "เครื่องวิทยุคมนาคม" หมายความว่า เครื่องส่งวิทยุคมนาคม เครื่อง รับวิทยุคมนาคม หรือเครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคม แต่ไม่รวมตลอดถึงเครื่องรับวิทยุ กระจายเสียง เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ และเครื่องส่ง เครื่องรับหรือเครื่องรับและ ส่งวิทยุคมนาคมด้วยคลื่นแฮรตเซียน ตามลักษณะหรือประเภทที่กำหนดในกฎกระทรวง เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้ถือว่า อุปกรณ์ ใด ๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคมที่กำหนดในกฎกระทรวงเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมด้วย (บทนิยาม "เครื่องวิทยุคมนาคม" แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุ คมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) "พนักงานวิทยุคมนาคม" หมายความว่า ผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม "สถานีวิทยุคมนาคม" หมายความว่า ที่ส่งวิทยุคมนาคม ที่รับวิทยุคมนาคม หรือที่ส่งและที่รับวิทยุคมนาคม "ทำ" หมายความรวมตลอดถึงการประกอบขึ้น การแปรสภาพ หรือการ กลับสร้างใหม่ "นำเข้า" หมายความว่า นำเข้าในราชอาณาจักร "นำออก" หมายความว่า นำออกนอกราชอาณาจักร "ค้า" หมายความรวมถึง การมีไว้ในครอบครอง เพื่อขายหรือซ่อมแซม ด้วย (บทนิยาม "ค้า" เพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) "เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต" หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรี แต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 พระราชบัญญัตินี้เว้นแต่มาตรา 11 และมาตรา 12 ไม่ใช้ บังคับแก่ (1) กระทรวง ทบวง กรม (2) นิติบุคคลตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา 5 (2) แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ วิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2504) มาตรา 6 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ในกรณีที่เห็นสมควร รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดให้เครื่องวิทยุคมนาคมบางลักษณะ หรือเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการบางประเภทได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งทั้งหมด หรือเฉพาะแต่บางกรณีได้ (มาตรา 6 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) มาตรา 7 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำหน้าที่พนักงานวิทยุคมนาคม ในตำแหน่งที่ กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต มาตรา 8 ห้ามมิให้ผู้ใดรับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณา เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต มาตรา 9 ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ มีดังนี้ (1) ใบอนุญาตให้ทำ ให้มีอายุหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันออก (2) ใบอนุญาตให้มี ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันออก (3) ใบอนุญาตให้ใช้ ให้มีอายุตลอดอายุของเครื่องวิทยุคมนาคม (4) ใบอนุญาตให้นำเข้า ให้มีอายุหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันออก (5) ใบอนุญาตให้นำออก ให้มี อายุสามสิบวันนับแต่วันออก (6) ใบอนุญาตให้ค้า ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันออก เว้นแต่ใบอนุญาตที่ ออกให้เพื่อการซ่อมแซมโดยเฉพาะ ให้มีอายุห้าปีนับแต่วันออก (7) ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม ให้มีอายุตลอดระยะเวลาที่ผู้รับ ใบอนุญาต ใช้สถานีตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเป็นสถานีวิทยุคมนาคม (8) ใบอนุญาตพนักงานวิทยุคมนาคม ให้มีอายุห้าปีนับแต่วันออก (9) ใบอนุญาตให้รับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณา ให้มี อายุหนึ่งปีนับแต่วันออก ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม (1) (3) (4) (5) (6) หรือ (7) ให้ถือว่า ได้รับอนุญาตให้มีเครื่องวิทยุคมนาคมด้วย (มาตรา 9 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) มาตรา 10 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกใบอนุญาตพิเศษให้บุคคลตั้งสถานีวิทยุ การบินเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยของการเดินอากาศพลเรือนโดยเฉพาะได้ ในการออกใบอนุญาตพิเศษนี้ รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้ ผู้รับอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด มาตรา 11 ห้ามมิให้ผู้ใดตั้งสถานีวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต จากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต สถานีวิทยุคมนาคมต้องใช้ความถี่คลื่นให้ถูกต้องตาม ข้อบังคับว่าด้วยวิทยุคมนาคมตามภาคผนวกต่อท้ายอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยโทรคมนาคม เพื่อให้การเป็นไปตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขการตั้งสถานีวิทยุคมนาคม และให้อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจควบคุมและกำหนดการใช้ความถี่คลื่นของสถานี วิทยุคมนาคมต่าง ๆ ในกรณีที่เห็นสมควร รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงให้สถานีวิทยุ คมนาคม ที่ใช้ในกิจการบางประเภทได้รับการยกเว้น ไม่ต้องได้รับใบอนุญาตตาม วรรคหนึ่ง (มาตรา 11 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) มาตรา 11 ทวิ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดให้ผู้ใช้ความถี่คลื่น เพื่อกิจการใด หรือในลักษณะใดต้องเสียค่าตอบแทนในการใช้ความถี่คลื่นนั้นให้แก่ รัฐบาลได้ตามอัตราที่เห็นสมควร ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 11 ทวิ เพิ่มเติมโดยมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) มาตรา 12 ห้ามมิให้สถานีวิทยุคมนาคมดำเนินบริการวิทยุคมนาคม เพื่อ ประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือนอกเหนือจากราชการ ของ กระทรวง ทบวง กรม หรือกิจการของนิติบุคคลตามมาตรา 5 มาตรา 13 ห้ามมิให้ยานพาหนะใด ๆ ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม นอกจาก จะใช้ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง หรือได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว มาตรา 14 เพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเพื่อป้องกันราชอาณาจักร รัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งเฉพาะกาลให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดไว้เอาไปใช้ ห้ามการใช้ หรือห้ามการยักย้ายซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรือส่วนใดๆ แห่ง เครื่องวิทยุคมนาคมในระหว่างเวลาและภายในเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคำสั่งนั้น มาตรา 15 ผู้ใดกระทำให้เกิดการรบกวน หรือขัดขวางต่อการวิทยุ คมนาคมโดยมิได้เจตนา เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจ สั่งให้ผู้นั้นระงับการกระทำนั้น หรือให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ใช้ในการกระทำนั้นเสีย หรือให้ย้ายสิ่งดังกล่าวนั้นออกไปให้พ้นเขตรบกวนได้ มาตรา 16 ห้ามมิให้ผู้ใดส่ง หรือจัดให้ส่งข้อความใดๆ โดยวิทยุคมนาคม อันตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ หรือข้อความอื่นใดที่มิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติหรือประชาชน มาตรา 17 ห้ามมิให้ผู้ใดดักรับไว้ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยโดยมิชอบ ด้วยกฎหมาย ซึ่งข่าววิทยุคมนาคม ที่ มิได้มุ่งหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่อาจ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มาตรา 18 เพื่อตรวจเครื่องวิทยุคมนาคม ส่วนแห่งเครื่องวิทยุคมนาคม สถานีวิทยุคมนาคม สิ่งที่ก่อให้เกิดการรบกวน หรือขัดขวางต่อการวิทยุคมนาคม หรือ ใบอนุญาต เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจเข้าไปใน อาคารสถานที่ หรือยานพาหนะของบุคคลใด ๆ ได้ในเวลาอันสมควร เมื่อปรากฏว่าผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือมีเหตุอันควร สงสัยว่ากระทำการเช่นว่านั้น ให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ตามความในวรรคหนึ่ง มีอำนาจจับกุมผู้นั้นพร้อมด้วยของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดเพื่อ ดำเนินการตามกฎหมาย (มาตรา 18 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) มาตรา 19 ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตมีอำนาจสั่งเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นเสียได้ ผู้รับใบอนุญาตอาจอุทธรณ์ไปยังอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขภายในสามสิบ วัน นับแต่วันถูกเพิกถอนหรือพักใช้ คำชี้ขาดของอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขให้เป็นที่สุด มาตรา 20 รัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีสูญหาย หรือเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพราะเหตุที่เครื่องวิทยุคมนาคมของรัฐบาลใช้การไม่สะดวก และไม่ต้องรับผิดชอบในการรับ การส่ง หรือการส่งมอบข่าวสารวิทยุคมนาคม ใด ๆ ในกรณีดังกล่าวในวรรคก่อน พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบเช่น เดียวกัน เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่นั้น จะก่อให้เกิดขึ้นโดยจงใจ ฉ้อ ฉล หรือประมาท เลินเล่อ มาตรา 21 ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต มีอำนาจทำการเปรียบเทียบได้ มาตรา 22 เมื่อมีคำพิพากษาว่า ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ นี้ ศาลจะสั่งริบสิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้น เพื่อให้ไว้ใช้ในราชการกรมไปรษณีย์ โทรเลขด้วยก็ได้ มาตรา 23 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 6 มาตรา 11 หรือมาตรา 16 มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (มาตรา 23 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) มาตรา 24 ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา 12 หรือมาตรา 13 ผู้ควบคุม สถานีวิทยุคมนาคม หรือผู้ควบคุมเครื่องวิทยุคมนาคม และผู้มีส่วนร่วมในการกระทำ ความผิดนั้น มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (มาตรา 24 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) มาตรา 25 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 7 มาตรา 8 หรือมาตรา 17 มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (มาตรา 25 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) มาตรา 26 ผู้ใดจงใจกระทำให้เกิดการรบกวน หรือขัดขวางต่อการ วิทยุคมนาคมมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (มาตรา 26 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) มาตรา 27 ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต หรือผู้ที่ได้ รับมอบหมายตามความในมาตรา 15 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (มาตรา 26 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) มาตรา 28 บรรดาใบอนุญาตและประกาศนียบัตรที่ได้ออกไว้ ตามกฎหมาย ว่าด้วยวิทยุสื่อสารก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นกำหนดอายุใบ อนุญาต หรือประกาศนียบัตรนั้น ๆ มาตรา 29 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต และออกกฎกระทรวง (1) วางระเบียบการขอ และการออกใบอนุญาต (2) กำหนดวิธีการเพิกถอน และพักใช้ใบอนุญาต (3) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้ (4) กำหนดคุณลักษณะของเครื่องวิทยุคมนาคม และคุณวุฒิสำหรับพนักงาน วิทยุคมนาคม (5) กำหนดกิจการอื่นใดเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 29 (3) แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535) กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ป.พิบูลสงคราม จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี (72 รจ.208 ตอนที่ 11 ลง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2498) (78 รจ.3 ตอนที่ 54(ฉบับพิเศษ)ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2504) (รจ.เล่ม 109 ตอนที่ 52 ลงวันที่ 18 เมษายน 2535)