ภาพภายในอาสนวิหารอัสสัมชัญ

 

 ภายในวัดอัสสัมชัญ

 ประวัติของอาสนวิหารอัสสัมชัญ

     ในปี ค.ศ.1809 คุณพ่อ ปาสกัล ซึ่งเป็นลูกหลานของชาวโปรตุเกส-ไทย(บวชปี 1805) ได้รวบรวมเงิน 1500 บาท จากบรรดาคริสตัง ญาติพี่น้อง และมิตรสหายของท่านได้ถวายเงินจำนวนนี้แก่ คุณพ่อฟลอรังส์ เพื่อสร้างวัดเป็นเกียรติแด่อัสสัมชัญของพระนางมหามารีอา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 1810 คุณพ่อฟลอรังส์เขียนจดหมายถึงคุณพ่อเลอต็องดัลว่า "เพื่อความมุ่งหมายดังกล่าวข้าพเจ้าได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งราคา 250 บาท คงจะต้องขยายสักหน่อยในภายหลัง เพื่อจะได้สร้างวัดให้สมกับความตั้งใจของผู้บริจาค เพื่อพระสิริมงคลของพระเป็นเจ้าและของพระนางมหามารีอา ที่ดินแปลงนี้อยู่ริมแม่นํ้าฝั่งตรงข้ามวัดซางตาครู้สของเราอยู่เหนือวัดของพวกกิสมาติ๊กเล็กน้อย" (ปัจจุบันคือวัดแม่พระลูกประคำ)

     วันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1810 คุณพ่อ ฟลอรังส์เขียนว่า " เวลานี้กำลังตระเตรียมที่ดินแปลงนี้เพิ่อที่จะสร้างวัดแม่พระตามความปรารถนาของผู้ใจบุญที่ได้ถวายเงิน 1500 บาทแล้วนั้น และซึ่งข้าพเจ้าได้รับเมื่อปีที่แล้วจากคุณพ่อปาสกัล"

    ในปี  ค.ศ. 1820 พระคุณเจ้าฟฟลอรังส์ก็สามารถซื้อที่ดินได้ทั้งหมด(สวนกล้วย) ตั้งแต่ที่ดินที่ตั้งสามเณราลัยของมิสซังจนถึงริมแม่นํ้า สำหรับที่ดินสามเณราลัยนั้นปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนอัสสัมชัญ แปลงที่สองที่ซื้อเมื่อปี ค.ศ. 1820 เป็นที่ตั้งของอาสนวิหารอัสสัมชัณปัจจุบัน,โรงเรียนวัด(อัสสัมชัญศึกษา).โรงเรียนของซิสเตอร์คณะเซ็นต์ปอลเดอชาร์ตร(อัสัสมชัญคอนแวนต์),สำนักพระสังฆราช,ศูนย์คาทอลิก,บริษัทอีสต์เอเซียติ๊ก,บ้านคริสตัง ฯลฯ. เงินที่ได้รับจากคุณพ่อปาสกัลเหลือไม่พอที่จะสร้างวัดได้ พระคุณเจ้าฟลอรังส์จำเป็นต้องพึ่งพระคาร์ดินัลผู้ใจบุญจากกรุงโรมซึ่งยินดีบริจาคเงิน 1500 ปิอาสตร์ เพื่อสร้างวัดเพื่อเป็นเกียรติแด่พนะนางมารีอารับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ การดำเนินการต่างๆก็เริ่มทันที คือปรับที่ดินให้เรียบ และลงมือสร้างวัดอัสสัมชัญหลังแรกเป็นอิฐ เสร็จในปี ค.ศ. 1822 นอกนั้นยังสร้างสำนักพระสังฑราชและพระคุณเจ้าฟลอรังส์ก็มาพำนักอยู่ที่นี่ พิธีเสกอาสนวิหารอัสสัมชัญกระทำอย่างสง่าในวันฉลองแม่พระลูกประคำปี ค.ศ. 1822

    ตั้งแต่นั้นมา อัสสัมชัญได้เป็นที่พำนักของบรรดาพระสังฆราชประมุขมิสซังต่างๆในกรุงเทพ

     ปี ค.ศ. 1864 พระคุณเจ้าดือปอล จึงตั้งอัสัสมชัญเป็นกลุ่มคริสตชนอย่างเป็นทางการ คุณพ่อฟรังซัว ยอแซฟ ชมิตต์(Schmitt) เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ท่านได้เปิดบัญชีวัดทุดเล่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1864 เป็นต้นมา (หลักฐาน : A.M.E. Vol 892 pp.263.264.267;Ann.M.E.1913 p.91 Memoiral II)

     ปี ค.ศ. 1910 คุณพ่อกอลมเบต์ ลงมือสร้างอาสนวิหารอัสัสมชัญหลังปัจจุบัน สร้างเสร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ. 1918 (หลักฐาน : C.R. ; หมายเหตุประจำวันของคุณพ่อกอลมเบต์)

   ปี ค.ศ. 1939 คุณพ่อแปรูดง ได้สร้างแท่นใหญ่ทำด้วยหินอ่อนทั้งแท่งมาจากประเมศฝรั่งเศส ในวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 1940 พระสังฆราชแปร์รอส ได้เสกอาสนวิหารอัสัสชัญอย่างสง่าที่สุด ส่วนการอภิเษกพระแท่นใหญ่ได้ทำในวันพฤหัสที่ 4 กรกฎาคม ปีเดียวกัน

   ตั้งแต่ปี ค.ศ.  1942 ได้เกิดสงคราม เครื่องบินมาทิ้งระเบิดบริเวณวัดอัสสัมชัญ คุณพ่อแปรูดงต้องซ่อมแซมหมดทุกอย่างสิ้นเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมด 77200 บาทในสมัยนั้น

   ในปี ค.ศ. 1984 สมเด็จพระสันตปาปา ยอห์นปอล ที่ 2 ได้เสด็จเยือนประเทศไทย พระคาร์ดินัลมีชัย กิจบุญชู ได้ถือเป็นเกียรติอัญเชิญสมเด็จพระสันตปาปา เสด็จมาเยี่ยมเยือนอาสนวิหารอัสสัมชัญและอวยพระพรแก่บรรดาพระสงฆ์,นักบวชชายหญิงทุกคณะพร้อมด้วยบรรดาคริสตังที่มาเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น

    ปี ค.ศ. 1934 คุณพ่อแปรูดงคิดที่จะเปิดโรงเรียนอัสัสมชัญศึกษาให้เป็นโรงเรียนของวัด และได้ขอให้ซิสเตอร์เซนต์ปอลเดอชารต์ของอารามอัสสัมชัญคอนแวนต์ร่วมมือ โดยให้รับโรงเรียนของวัดนี้เป็นส่วนหนึ่งของร.ร.อัสสัมชัญคอนแวนต์อย่างเป็นทางการ และขอให้ส่งซิสเตอร์มาช่วยบริหาร คุณพ่อแปรูดดงต้องสร้างอาคารเรียนเป็นไม้ถึงสามหลัง เพราะจำนวนนักเรียนที่ฝากบัญชี ร.ร.อัสัสมชัญคอนแวนต์ได้เพิ่มมากขึ้น ต่อมาคุณพ่อ ปอล สวัสดิ์ กฤษเจริญ ซึ่งเป็นปลัดของคุณพ่อแปรูดง ได้ขอให้แยกโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษาออกจากโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ให้มีฐานะเป็น 2 โรงเรียนซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ออกใบอนุญาตให้เมื่อปี ค.ศ. 1953

    นอกจากนี้คุณพ่อแปรูดงยังได้ซื้อที่ดินที่ตรอกจันทน์ และเริ่มสร้างโรงเรียนชาย-หญิง และวัดนักบุญยอแซฟ เพื่อเตรียมแยกกลุ่มอัสสัมชัญออกเป็น 2 กลุ่ม ในสมัยคุณพ่อ วิมเลียม ตัน เป็นเจ้าอาวาสวักอัสสัมชัญ (ค.ศ.1960 - 1969 ) ท่านได้รื้ออาคารไม้และสร้างเป็นตึก 4 ชั้น 2 หลัง และ 3 ชั้น 1 หลังพร้อมกับโรงอาหาร ฯลฯ

    ในสมัยคุณพ่อดาเนียล ธานี วงศ์พาณิช เป็นเจ้าอาวาส (ค.ศ. 1969 - 1975 ) ได้ปรับปรุงสนามใหญ่และขยายตึกเรียน "มารีอา" โดยต่อปีกออกมาทั้งซ้ายและขวา และชั้นล่างมีศาลาสงบ (สำหรับผู้ตาย)นอกจากนี้ยังได้สร้างหอระฆังระหว่างวักและโรงเรียน

    คุณพ่อ คมทวน มุ่งสมหมาย เป็นเจ้าอาวาสในระหว่างปี ค.ศ. 1975 - 1979 ได้ริเริ่มแบ่งสายงาน บริหารและปรับปรุงวิชาการของโรงเรียนอัสสัมชัญให้มีชื่อเสียงดีขึ้นจนเป็นที่ยอมรับจากสำนักงานการศึกษาเอกชน (สช) ต่อจากนั้นวัดอัสสัมชัญก็ได้รับรับเจ้าอาวาสพิเศษองค์หนึ่ง ได้แก่ คุณพ่อสังวาลย์ศุระศรางค์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในระหว่างปี ค.ศ. 1979 - 1983 และในเวลาเดียวกันก็ดำรงตำแหน่งอุปสังฆราช คุณพ่อเป็นผู้ที่มีความสามารถมาก คุณพ่อได้รับอภิเษกเป็นพระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1987

      คุณพ่อชุมภา คูรัตน์ (ค.ศ. 1983 - 1989) เห็นว่าภายในอาสนวิหารอัสสัมชัญจำเป็นต้องได้รับการตกแต่งเสียใหม่ จึงได้ทำการตกแต่งและซ่อมแซมวัดไปในเวลาเดียวกัน พร้อมตั้งได้จัดทำพระแท่นบูชาและพื้นบริเวณพระแท่นเสียใหม่ มีความสวยงามอย่างยิ่ง

     คุณพ่อ สนัด วิจิตรวงศ์ (ค.ศ. 1989 - 1994 ) เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งเครื่องเสียงถายในวัดให้มีประสิทธิภาพสมบูรณ์ขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้เริ่มต้นว่าจ้างยามรักษาความปลอดภัยและดูแลการจราจรรอบๆบริเวณวัดอีกด้วย  ได้จัดบริเวณหน้าบ้านพักพระสงฆ์เสียใหม่

     คุณพ่อปิยะ โรจนะมารีวงศ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในปี ค.ศ. (1994-1999) และเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาของอัครสังฆมลฑลด้วย ได้พยายามสานต่องานของคุณพ่อองค์ก่อนๆ เช่น  ส่งเสริมเยาวชนในการร่วมกิจการของวัด สานต่องานอภิบาลทุกๆด้าน ปรับปรุงและเปลียนแปลงอุปกรณ์บางชิ้นถายในวัด ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1995 ได้จัดส่งเยาวชนเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน เยาวชน ไทย-เยอรมัน งานที่สำคัญที่สุกด้านหนึ่งของวัด ได้แก่การศึกษา ซึ่งคุณพ่อได้มีหน้าที่ด้านนี้โดยตรงอยู่แล้ว และได้มีโครงการหลายโครงการ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นระหว่าง 3 โรงเรียนที่อยู่ภายในเขตวัด

     อาสนวิหารอัสสัมชัญหลังปัจจุบันมีอายุ 79 ปีแล้ว แต่เดิมนั้นเคยมีกระจกสีตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ต่อมาได้แตกชำรุดไป กระจกที่ซ่อมแซมเป็นเพียงกระจกธรรมดา ต่อมาพระคาร์ดินัล ไมเกิล มีชัย กิจบุญชู มีความคิดจะรื้อฟื้นนำศิลปะกระจกสีทั้งหมดในวัดจำนวน 46 บาน พร้อมด้วยโรสวินโดว์(Rose Window) และส่วนประกอบปลีกย่อย โดยให้ระยะเวลาการทำไม่เกิน 4 ปี

     ในการทำกระจกสีในวัดครั้งนี้ คุณศิริพร โดภคทวี ซึ่งเป็นผู้ชำนาญงานที่เคยเปิดร้านออกแบบและทำกระจกสีทั้งหมดในวัดรวมทั้งการติดตั้งด้วย โดย 6 บานแรกได้ติดตั้งไปก่อนฉลองคริสต์มาสเมื่อปี 1996

Back

     

     

                  

 

 

       
  

1